เล่ม 6 แผนล่า 1
แกะรอยสงครามโลกครั้งที่ 3
ตอน 3
สหภาพโซเวียดแม้จะล่มสลาย แต่กองกำลังของโซเวียดที่เคย เกรียงไกรและเข้มแข็งยังอยู่ เลือดนักสู้ไม่ได้จางจากไปหมด แม้จะทรุดโทรมไปบ้าง แต่ที่สำคัญยังมีนิวเคลียร์ เป็นเขี้ยวเล็บที่แอบซ่อน พอให้อเมริกาเห็นลางๆ
แผนการของอเมริกาในช่วงปี ค.ศ.1990 กว่า จึงเป็นขบวนการหลอกล่อเอาอดีตสมาชิกสหภาพโซเวียดให้เข้ามาอยู่ในคอกของนาโต ซึ่งควบคุมชักใยและถือไม้กำกับโดยอเมริกา เป็นแผนที่เล่นตามสไตล์ที่อเมริกาถนัดจริงๆ เล่นรอบนอก ก่อนเจาะกล่องดวงใจ
ถึงปี ค.ศ.2004 โปแลนด์ (Poland), เชค รีพับลิก (Czech Republic), ฮังการี (Hungary),เอสโทเนีย(Estonia), ลัตเวีย (Latvia), ลิธัวเนีย (Lithuania), บัลแกเรีย (Bulgaria), โรมาเนีย (Romania), สโลวาเกีย (Slovakia) และสโลเวเนีย (Slovenia) ก็จูงมือกันเดินเชื่องๆ เข้าเป็นสมาชิกของนาโต ตามใบ สั่งของอเมริกา ส่วนจอร์เจีย (Georgia) และยูเครน (Ukraine) กำลังขัดสีฉวีวรรณ เพื่อเตรียมตัวเดินตามเข้าคอก ทุกจังหวะก้าวของอเมริกาในช่วงนี้ เป็นไปตามที่กำหนดไว้ใน Project of the New America Century (PNAC) ยุทธศาสตร์ของครูแมค ภายใต้เสื้อคลุมอเมริกา เขียนบทและกำกับการแสดงโดย CFR
ผู้ที่รับบทหนักในการเดินแผน PNAC นอกเหนือจากกลุ่มเหยี่ยวพันธุ์หนังหนากระหายเลือด ดิ๊ก เชนีย์ (Dick Cheney), โดนัลด์ รัมสเฟลด์ (Donald Rumsfeld), พอล วูลโฟวิตซ์ (Paul Wolfowitz),
ริชาร์ด เพิร์ล (Richard Perle), สตีเฟน เฮนลีย์ (Stephen Hadley) และโรเบิร์ต เคแกน (Robert Kagan) (ผัวของนางเหยี่ยว วิคตอเรีย นูแลนด์ (Victoria Nuland) เจ้าของคำขวัญ “Fuck the EU”) ผู้ที่รับบทสำคัญอีกคนหนึ่งคือ บรูซ แจ็คสัน (Bruce Jackson) นายใหญ่ของบริษัทยักษ์ใหญ่ผลิตอาวุธ ล็อกฮีด มาร์ติน (Lockheed Martin) ซึ่งรับหน้าที่เป็นตัวแทนของอเมริกา ในการกำกับการขยายสมาชิกนาโต โดยเฉพาะพวกที่เป็นอดีตสมาชิกสหภาพโซเวียด ซึ่งนายบรูซ แจ๊คสัน เรียกกลุ่มพวกนี้ว่าVilnius Group of NATO (วิลเนียส, Vilnius) เป็นชื่อเมืองหลวงของลิธัวเนีย) เนื่องจากวันที่ 9พฤษภาคม ค.ศ.2000 ที่เมืองวิลเนียส (Vilnius) 9 ประเทศของกลุ่มประเทศในยุโรปได้ตกลงกันว่า แต่ละประเทศจะเดินหน้าเป็นประชาธิปไตยปกครองตนเอง …ว่าง่าย เชื่องดีจัง สมันน้อยมีเพื่อนแยะนะ
เมื่อจัดการเรื่องสมาชิกนาโต ได้ผลตามเป้าหมาย บรูซ แจ็คสัน (Bruce Jackson) ก็เดินหน้าต่อตามใบ สั่งใหม่คือ โครงการ Project on Transitional Democracies เพื่อนำประเทศเกิดใหม่พวกนี้เข้าสู่ขบวนการเป็นประชาธิปไตย โดยผ่านการปฏิบัติการ ที่พวกสื่อย้อมสีเรียกเสียสวยงามว่า …การปฏิวัติหลากสี (Color Revolutions) เพื่อเปลี่ยนแปลงผู้ปกครองประเทศแถบรัสเซีย ยูเรเซีย (Russia Eurasia) เป็นบุคคลที่วอชิงตันส่งเข้าประกวด หรือเห็นชอบ… ผู้ที่เป็นตัวจักรสำคัญ ในการดำเนินการตามโครงการนี้ นอกเหนือจากนายแจ็คสัน แล้วยังมี นายชอยเนมันน์ (Scheunemann) ซึ่งเกี่ยวพันใกล้ ชิดกันแน่นหนากับโบอิ้ง (Boeing) บริษัทค้าอาวุธใหญ่อีกบริษัทหนึ่งของอเมริกา
น่าสนใจการทำงานของอเมริกา ที่เอาพ่อค้าขายอาวุธ มากำกับการปกครองแบบประชาธิปไตย …มันเป็นการผสมพันธุ์ ที่แสดงถึงความจอมปลอมได้อย่างสุดยอด… แต่เรื่องแบบนี้ แม้เกิดขึ้นในแดนสมันน้อย ก็มองไม่เห็น ดูไม่ออกกันหรือ ไม่สนใจกันหรอก
การเอานาโตปิดล้อมรัสเซีย การทำปฏิวัติหลากสี (Color Revolutions) ในแถบรัสเซีย ยูเรเซียและ การบุกขยี้อิรัก ดูเหมือนเป็นคนละเรื่องกัน …แต่ความจริง มันคือยุทธศาสตร์ในกระดานเดียวกันของอเมริกา ที่นำไปสู่ปฏิบัติการแยกธาตุสลายรัสเซีย ซึ่งเป็นมหาอำนาจหนึ่งเดียวในสายตาของอเมริกา(ในขณะนั้น) ที่มีศักยภาพพอที่จะเป็นคู่แข่งของอเมริกา ในการชิงความเป็นที่หนึ่งของโลก รัสเซียเท่า นั้นคือ เป้าหมายที่สำคัญของอเมริกา ในยุทธศาสตร์ของเกมชิงโลก
การสิ้นสุดของการปกครองสหภาพโซเวียดโดยเยลซิน (Yeltsin) ทำให้แผนการของอเมริกาชะงักไปเล็ก น้อยในความคิดของอเมริกา ขณะเดียวกัน ปูตินเริ่มไหวตัวและคิดสร้างรัสเซียใหม่อย่างระมัดระวัง หลังจากที่ถูก IMF และธนาคารของพวกฝรั่งตะวันตกกับผู้มีอิทธิพลชาวรัสเซีย ร่วมมือกันต้มและลอกคราบรัสเซียไปจนแทบจะเหลือแต่กระดูก ในสมัยที่กอร์บาชอฟ (Gorbachev) และเยลซินเปิดประตูเมืองให้ตะวันตกยกทีมกันเข้ามาเถือรัสเซีย
การผลิตน้ำมันของรัสเซียค่อยๆเพิ่มขึ้น ในปี ค.ศ.2003 ช่วงที่อเมริกากำลังเพลินกับการยิงเป้าเคลื่อนที่ในอิรัก… การผลิตน้ำมันของรัสเซียขยับเป็นที่สองของโลก รองจากซาอุดิอาระเบียเท่านั้นเอง ตกใจหรืออเมริกา
อเมริกา วางแผนสลายสหภาพโซเวียด ต่อด้วยขยี้รัสเซีย แผนการยาวนานต่อเนื่องตั้งแต่ปี ค.ศ.1947 ไม่มีการหยุดพักเหนื่อย พักร้อนหรือทิ้งแผนเลย มีแต่เดินหน้า มีหรือรัสเซียจะไม่รู้ตัว… รัสเซียไม่ใช่ประเทศเกิดใหม่ หรือเป็นสมันน้อยในทุ่งใหญ่ของนักล่า …เลือดนักสู้ และความเขี้ยวของสหภาพโซเวียดยังอยู่ครบ แต่รัสเซียก็เหมือนคนเพิ่งฟื้นจากอาการป่วยปางตาย จะให้ลุกขึ้นฟิตวิ่งแข่งกีฬาโอลิมปิก คงไม่ไหว แต่รัสเซียภายใต้การนำของปูติน ก็เดินหน้าอย่างช้าๆ แต่มั่นคง เต็มไปด้วยเหลี่ยมคม และทนทานต่อการเสียดสี เพื่อจะไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของอเมริกาและพวกซ้ำซาก …ความช้ำชอกจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียด ยังอยู่ครบในใจของชาวรัสเซีย
ยุทธศาสตร์สู้ด้วยพลังงานและท่อส่งของปูติน ซึ่งเริ่มเห็นผลชัด เมื่อปี ค.ศ.2003 มันเป็นช่วงเวลาเดียว
กับที่อเมริกากำลังขย้ำเหยื่อชื่อ อิรัก อย่างเมามัน โดยไม่สนใจว่าโลกใบนี้จะมองอเมริกาอย่างไร ก็โลกใบนี้กำลังจะเป็นของอเมริกาอย่างเบ็ดเสร็จแล้วนี่ จะต้องไปเสียเวลาสนใจทำไม ว่าใครคิดอะไร
เดือนตุลาคม ค.ศ.2003 สื่อทั่วโลกออกข่าวว่า ทางการรัสเซียสั่งจับตัวนายมิคาอิล โคห์ดอร์คอฟสกี(Mikhail Khodorkovsky) ข้อหาหนีภาษีและอายัดหุ้นที่นายโคห์ (Kho) ถืออยู่ในบริษัทน้ำมันกลุ่มยูคอส (Yukos)!
สำหรับคนทั่วไป อ่านข่าวนี้จบแล้วก็คงลืม เพราะไม่รู้ว่ามันมีความหมายอะไร นายโคห์ เป็นใครกัน แต่ความแรงของข่าวนี้สำหรับวอชิงตัน มันเหมือนแผ่นดินไหวระดับ 8 ริกเตอร์ !
การจับตัวนายโคห์ เกิดขึ้นเพียง 4 สัปดาห์ ก่อนการประชุมสภาล่างของรัสเซีย ที่นายโคห์ ได้จ่ายเงินซื้อเสียงไว้ล่วงหน้า เพื่อผ่านกฎหมายที่จะเป็นประโยชน์ต่อเขา ในการที่เขาจะลงชิงตำแหน่งประธานา ธิบดีแข่งกับปูตินในปีถัดไป และเพื่อจะได้แก้กฎหมายเกี่ยวกับพลังงานของรัสเซีย ที่เปิดทางให้ต่าง ชาติ เข้ามามีส่วนในการควบคุมพลังงาน และสร้างท่อส่งได้เอง แทนที่จะจำกัดให้ทำโดยรัฐอย่าง เช่นที่เป็นอยู่
นอกจากนี้การจับตัวนายโคห์ เกิดขึ้นไม่กี่เดือนหลังจากมีข่าวว่า เขาไปพบกับนายดิ๊ก เชนีย์ (Dick Cheney) !
นายโคห์ มีแผนจะร่วมมือกับ เอ็กซอน โมบิล (Exxon Mobil) และเชฟรอน (Chevron) เท็กซาโก (Texaco) เพื่อขายหุ้นในยูคอส ให้แก่บริษัทน้ำมันอเมริกัน ซึ่งจะมีผลให้บริษัทน้ำมันอเมริกัน เข้าไปมีส่วนควบคุมพลังงานของรัสเซีย มันเหมือนเป็นการทำกบฏต่อประเทศของตน ทางด้านพลังงาน เป็นแผนการที่คาวบอยบุช รู้ดี และปูตินก็รู้ แต่เมื่อปูตินรู้ ปูตินไม่หยุดอยู่แค่รู้ ปูตินจัดการคนที่โกงชาติทัน ที การจับและดำเนินคดีนายโคห์ จึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ชนิดที่คนถูกจับหนีออกนอกประเทศไม่ทัน และพวกต่างชาติที่สนับสนุนนายโคห์ก็ไม่ทันไหวตัวด้วย ปูตินไม่เสียชื่อเป็นอดีตหัวหน้า KGB แดนสมันน้อยจะมีโอกาสได้เห็นเรื่องการจับคนโกงชาติแบบนี้บ้างไหมหนอ (รายละเอียดเกี่ยวกับการขายชาติของนายโคห์ อยู่ในนิทานเรื่อง“หักหน้า หักหลัง”)
การตัดสินใจดำเนินการต่อนายโคห์ของปูติน เป็นการส่งสัญญาณของรัสเซียถึงอเมริกาอย่างชัดเจน เป็นครั้งแรกว่า รัสเซียรู้แผนของอเมริกา และรัสเซียไม่คิดจะยอมให้อเมริกาและพวก รุมกินโต๊ะรัสเซียอย่างง่ายดายแน่นอน โปรดจำวิธีส่งสัญญาณแบบนี้กันไว้บ้าง เผื่อจะฟลุก มีวันได้ส่งให้ไอ้พวกนักล่ากันบ้าง ผมคงจะฝันไปน่ะนี่
เมื่อเจอการส่งสัญญาณตรงไปตรงมาของรัสเซีย ปลายปี ค.ศ.2004 อเมริกาจึงรีบปรับแผน จากการ
ค่อยๆ ปิดล้อมรัสเซีย เป็นปฏิบัติการเร่งรุมกินโต๊ะรัสเซียตามคาด โดยสร้างสงครามเย็น (Cold War)รอบใหม่ ไม่ต่างกับสมัยสหภาพโซเวียด แต่รุนแรงกว่า เพราะอเมริกา“ตั้งใจ” ที่จะกำจัดรัสเซียให้พ้นจากยูเรเซีย อย่างเร็ว ไม่ใช่ 40,50 ปี อย่างสมัยถล่มสหภาพโซเวียต
ส่วนปูตินเองพยายามเดินหมากที่เป็นการป้องกันตัวเอง จากการตกเป็นเป้าทำลายของอเมริกาและพวก โดยใช้ยุทธศาสตร์ด้านพลังงานเป็นเครื่องมือ ที่ได้ผลอย่างที่อเมริกานึกไม่ถึง