แด่นักรบเงา ที่เสียสละแม้ชีวิต
เพื่อรักษาบ้านเมืองที่รักของเรา

Search

เล่ม 6 แผนล่า 1

แกะรอยสงครามโลกครั้งที่ 3

ตอน 4

ในบรรดารัฐเล็กรัฐน้อย ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียด อเมริกามองว่า ยูเครนมีความสำคัญต่อรัสเซียและอเมริกาไม่น้อยกว่ากัน ดังนั้นอเมริกาจึงคิดเอา ยูเครนมาเก็บไว้ในกระเป๋าตัวเองอย่างมิดชิด ก่อนที่รัสเซียจะรวบเอาไป

ยูเครนมีอาณาเขตติดต่อกับรัสเซีย มีความสำคัญที่เปิดเผยรู้กันทั่วคือ

– เป็นเส้นทางวางท่อส่งก๊าซ เส้นสำคัญของรัสเซียมาสู่ตลาดยุโรป ที่ทำให้รัสเซียมีอำนาจต่อรองสูงกับสหภาพยุโรป

– รัสเซียมีกองเรือรบฝูงใหญ่อยู่ที่ทะเลดำ โดยเช่าเซวาสโตโพล (Sevastopol) ของยูเครน เป็นฐานทัพ เรือ สัญญาเช่านี้ถ้าไม่ต่ออายุ จะสิ้นสุดในปี ค.ศ.2017

– แหลมไครเมีย (Crimea) ซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียด หลังจากสหภาพโซเวียดล่มสลายแล้วไครเมีย กลายเป็นอยู่ในอาณาเขตของยูเครน ไครเมียซึ่งมีประชาชนประมาณ 2.3 ล้านคน ที่ส่วนใหญ่ยังนึกว่าตนเองเป็นคนรัสเซีย พูดภาษารัสเซีย และรัสเซียอ้างว่าถือพาสปอร์ต (passport) รัสเซียเสียด้วย

สิ่งที่ผู้คนยังไม่ค่อยรู้กัน เกี่ยวกับความสำคัญของยูเครน คือ

– แหลมไครเมีย เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เป็นเหมือนประตูเข้าหลังบ้านรัสเซีย หากใครไปตั้งฐานยิงจรวดหันหัวให้ถูกทาง รัสเซียอาจไม่เหลือ!

– ลึกลงใต้ทะเลดำ ด้านหน้าของแหลมไครเมีย เต็มไปด้วยแหล่งทรัพยากรน้ำมัน ที่ประมาณว่า มีมูลค่าหลายล้านล้านเหรียญ เอ็กซอน โมบิล (Exxon Mobil), รอยัล ดัทช์ เชลล์ (Royal Dutch Shell) หรือบีพี (BP) และหลายบริษัทน้ำมัน ได้ไปทำการสำรวจเรียบร้อยแล้ว และมีผลสำรวจออกมาว่า น่าจะเป็นแหล่งทรัพยากรใหญ่สู้กับแหล่งน้ำมันที่ทะเลเหนือได้ ซึ่งแหล่งน้ำมันที่ทะเลเหนือนั้น มีส่วนช่วยพยุงเศรษฐกิจของอังกฤษ นอร์เวย์ และหลายประเทศในยุโรปมาตั้งแต่เมื่อแหล่งน้ำมันที่ทะเลเหนือทำการผลิตน้ำมันได้ ในช่วงประมาณ ค.ศ.1970กว่าเป็นต้นมา

นอกจากยูเครน ที่อเมริกาต้องการเก็บมาอยู่ในกระเป๋าแล้ว อเมริกายังต้องได้จอร์เจีย (Georgia) ซึ่งมีอาณาเขตด้านหนึ่งติดกับยูเครน (Ukraine) โดยมีเทือกเขาคอเคซัด (Caucasus) กั้นอยู่ และอีกด้านหนึ่งติดกับรัสเซียและรัฐอาเซอร์ไบจาน (Azerbaijan)

ความสำคัญของจอร์เจีย มีความต่างกับยูเครน แม้จะน้อยกว่า แต่ถ้าฝ่ายใดได้ทั้ง ยูเครนและจอร์เจีย ไปด้วยกัน ย่อมได้เปรียบอีกฝ่ายอย่างยิ่ง

– ปี ค.ศ.2002 BP ซึ่งมีประธานกรรมการชื่อโทนี่ แบลร์ (Tony Blair) นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ใน ขณะนั้นได้ทำสัญญาที่จะสร้างท่อส่งน้ำมันยาว 1,762 กิโลเมตร ที่มีมูลค่าประมาณ 3.6 พันล้านเหรียญ จากบากู (Baku) ของอาเซอร์ไบจาน ผ่านทบิลิซี (Tbilisi) ของจอร์เจีย (Georgia) มาสุดทางที่ซีย์ฮาน (Ceyhan) ของตุรกี โดยมียูโนแคล (Unocal) ของอเมริกาและเตอร์กิช ปิโตรเลียม (Turkish Petroleum) ของตุรกี ร่วมทุนด้วยซีย์ฮาน นี้อยู่ใกล้กับฐานทัพอากาศของอเมริกา ที่ตั้งอยู่ที่ อินซีร์ลิค (Incirlik) เป็นโครงการที่อังกฤษภาค ภูมิใจหนักหนา เพราะเป็นผู้ริเริ่มร่วมกับรัฐบาลบิล คลินตัน (Bill Clinton) ถึงขนาดนายแบลร์ (Blair) เพ้อว่า เป็น Project of the Century ทีเดียว

เมื่อท่อส่ง BTC ( Baku-Tbilisi-Ceyhan) นี้สร้างเสร็จในปี ค.ศ.2005 การดูแลท่อส่งจะต้องได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากจอร์เจีย ซึ่งไม่ได้ร่วมลงทุนในการสร้างท่อส่งด้วย ดังนั้นการมีอิทธิพลเหนือรัฐ บาลจอร์เจีย จึงเป็นเรื่องสำคัญของกลุ่มผู้ลงทุน

เพื่อให้มีอิทธิพลเหนือยูเครนและจอร์เจีย อเมริกาจึงวางแผนครอบงำทั้ง 2 รัฐ โดยส่งคนของตนเองหรือที่ตัวเองเลือกไปเป็นผู้มีอำนาจปกครองทั้ง 2 รัฐ โดยมีเป้าหมายหลักจะให้ทั้ง 2 รัฐ เข้าเป็นสมาชิกของนาโต เพื่อเปิดทางให้กองทัพของนาโต เข้าไปตั้งฐานทัพใน 2 รัฐ กุมคอหอยทั้ง 2 รัฐไว้และเป็น การวางกองทัพของนาโต จ่ออยู่หน้าประตูหลังบ้านรัสเซียอีกด้วย เป็นการปิดล้อม (Containment) รัสเซียรอบใหม่ที่อันตรายสำหรับรัสเซีย

แต่การจัดฉากของวอชิงตัน (Washington) เพื่อส่งคนของตน เอาไปปกครอง 2 รัฐ ชาวโลกรู้จักกันในชื่อของปฏิวัติหลากสี (Color Revolution) เพื่อความเป็นประชาธิปไตยของทั้ง 2 รัฐ ตามที่สื่อย้อมสีของฝั่งตะวันตกเรียก ตอแหลซ้ำซากจริงๆ แต่ชาวโลกส่วนใหญ่ ก็ยังให้ความเชื่อถืออย่างน่าสมเพช

ปี ค.ศ.2003 อเมริกาจัดส่งนายซาคาสวิลี (Saakashvili) หนุ่มน้อยอายุ 37 ปี ! เข้าไปชิงตำแหน่งประ ธานาธิบดีจากนายเชวาร์ดนาดเซ (Shevardnadze) ซึ่งครองตำแหน่งมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1995 โดยการสร้างฉากปฏิวัติดอกกุหลาบ (Rose Revolution) ชื่อเพราะ แต่แรงเด็ดเขี่ยนายเชวาร์ดนาดเซ เสียกระเด็นจากทำเนียบประธานาธิบดี หายวับไปกับตา

เมื่อนายซาคาสวิลี ได้รับตำแหน่งประธานาธิบดีเรียบร้อยในปี ค.ศ.2003 อเมริกาส่งของขวัญเป็นอาวุธและการฝึกอบรมจากเพนตากอน (Pentagon) เต็มรูปแบบไปให้ แค่นั้นยังไม่ถึงใจ อิสราเอลส่งที่ปรึก ษาการทหาร (ก็ทหารรับจ้างนั่นแหละ !) ไปให้อีกหนึ่งพันคน เพื่อไปทำการฝึกให้แก่กองทัพจอร์เจีย ด้านการจู่โจมทางบกและทางอากาศ รวมทั้งการต่อสู้ป้องกันตัว เป็นลูกกระเป๋งเศรษฐีมันดีอย่างนี้เอง ถึงไม่ยอมเลิกเป็นกัน

สำหรับยูเครน ปี ค.ศ.2004 อเมริกาจัดส่งนายวิคเตอร์ ยูชเชนโก (Viktor Yushchenko) อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางของยูเครน (Ukraine) ที่มีเมียเป็นคนอเมริกันจากชิคาโก (Chicago) และเคยทำงานกับรัฐบาลอเมริกัน เข้าไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดีได้ โดยใช้ปฏิบัติการปฏิวัติสีส้ม (Orange Revolution) (รอบ 1) ชาวยูเครน คงคล้ายๆกับสมันน้อยนะ ไม่ค่อยรู้สึกรู้สาว่าอะไรมันพิกลหรือเปล่า

ทุกอย่างทำท่าเหมือนจะเป็นไปตามแผนที่อเมริกาวางไว้ แต่พอถึงเดือนสิงหาคม ค.ศ.2008 กองทัพของจอร์เจีย ก็ดันยกทัพเข้าไปยึดแคว้นเซาท์ออสซีเชีย (South Ossetia) ที่อยู่ในรัฐของตนเอง!

จอร์เจีย มีปัญหาภายในมานานแล้ว เกี่ยวกับความต้องการแยกตัวของแคว้นเซาท์ออสซีเชียและอับเคเซีย (Abkhazia) ซึ่งเคย เป็นแคว้นที่ปกครองตนเอง สมัยยังขึ้นกับสหภาพโซเวียด เมื่อสหภาพโซเวียดล่มสลาย การแบ่งเขตแดนใหม่ตาม Warsaw Pact ทำให้ 2 แคว้นต้องไปรวมกับจอร์เจีย ซึ่งมีวัฒน ธรรมประเพณีต่างกันและมักจะใช้ความรุนแรงกับ 2 รัฐเสมอ จึงมีเรื่องขัดแย้งและปะทะกันตลอด

สำหรับรัสเซีย ออสซีเชียเป็นเสมือนฐานทัพหนึ่งของรัสเซีย ที่คอยช่วยดูแลแนวเขตแดนระหว่างรัสเซียกับตุรกีและอิหร่าน ตั้งแต่สมัยพระเจ้าซาร์ นอกจากเรื่องท่อส่งน้ำมันของบีพี (BP) แล้วยังมีข่าวว่าวอชิงตันอาจจะมาตั้งฐานทัพในจอร์เจียอีกด้วย …สำหรับรัสเซีย การบุกยึดออสซีเชีย (Ossetia) จึงเป็นข่าวร้าย

ปูตินนำเรื่องเข้าสภา เพื่อให้สภาสนับสนุนการแยกตัวของแคว้นออสซีเชียและอับเคเซีย เมื่อสภาให้ความเห็นชอบ ปูตินประกาศสนับสนุนการแยกตัวของทั้ง 2 แคว้น ประธานาธิบดีซาคาสวิลี ประท้วงรัสเซียบอกว่า อเมริกาและตะวันตกเห็นว่าทั้ง 2 แคว้นเป็นของจอร์เจีย ให้รัสเซียถอนการประกาศสนับสนุน แต่รัสเซียไม่ยอมถอนและประกาศเพิ่มว่าพร้อมที่จะส่งกำลังไปปกป้องทั้ง 2 รัฐ …ปูตินกำลังคิดอะไร

ช่วงนั้นคณะมนตรีของนาโต กำลังพิจารณา เรื่องการรับยูเครนและจอร์เจีย เข้าเป็นสมาชิกของนาโต ตามใบสั่งของวอชิงตัน… สมาชิกนาโต เห็นว่าถ้ารับจอร์เจียเข้าเป็นสมาชิก และหากจอร์เจียมีปัญหากับรัสเซีย ตามกฎบัตรของนาโต สมาชิกนาโต ต้องทำสงครามกับรัสเซีย เพื่อปกป้องจอร์เจียด้วย

มีสมาชิก 10 รายของนาโตที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของจอร์เจีย ซึ่งผู้ไม่เห็นด้วยมีทั้ง เยอรมัน ฝรั่งเศส และอิตาลี อเมริกาจึงจำเป็นต้องคลายมือที่บีบนาโตชั่วคราว ด้วยความขัดใจ และทั้งยูเครนและจอร์เจีย จึงยังไม่ได้ร่วมอยู่ในคอกนาโต

รัสเซียรอดจากการมีกองทัพของนาโต มาอยู่ที่ประตูหน้าบ้านไปอย่างเฉียดฉิว

เยอรมันคงยังไม่พร้อม หรือคิดอยากทำสงครามกับรัสเซีย เพราะขณะนั้นท่อส่งก๊าซบอลติก (Baltic Pipeline System) (BPS) ยาว 1,200 กิโลเมตรใต้ทะเลบอลติก (Baltic) ซึ่งเป็นการร่วมทุน ระหว่างเยอรมันกับรัสเซีย เพื่อส่งก๊าซของรัสเซียจากไซบีเรียตะวันตก (West Siberia) มายังตลาดยุโรปตะวันตกก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทำสงครามกับผู้ร่วมทุนเกี่ยวกับพลังงาน คงไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาดของเยอรมัน

ยุทธศาสตร์ท่อส่งของปูติน ได้ผลดี….เกินกว่าที่อเมริกาประเมิน

Scroll to Top