แด่นักรบเงา ที่เสียสละแม้ชีวิต
เพื่อรักษาบ้านเมืองที่รักของเรา

Search

เล่ม 6 แผนล่า 1

แกะรอยสงครามโลกครั้งที่ 3

ตอน 6

ในการทำสงคราม สิ่งสำคัญที่จะตัดสินแพ้ชนะกันคือ ยุทธศาสตร์ของแต่ละฝ่าย ซึ่งเราคงไม่สามารถจะไปรู้ได้ แต่ในการวางยุทธศาสตร์ มันก็คล้ายกับการเขียนบทละครและกำกับการแสดง ซึ่งจะต้องคำนึง ถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น ความสามารถของตัวละคร ฉากประกอบ งบประมาณ และองค์ประกอบอื่นๆ ที่จะเอามาใช้ในการแสดงว่า ปัจจัยที่มีอยู่เหมาะสมกับการวางยุทธศาสตร์นั้นๆแค่ไหน ยุทธศาสตร์จะดีเลิศอย่างไร แต่ถ้าปัจจัยมันไม่เอื้อ มันก็ไม่แน่ว่าจะชนะใส หรืออาจจะชนะ แต่แบบหืดขึ้นคอก็เป็นได้

สำหรับคู่ชิงสงครามโลกครั้งที่ 3 ที่เปิดหน้าเปิดตัวกันชัดเจนแล้วคือ อเมริกากับพวกฝ่ายหนึ่งและ รัสเซียกับพวก อีกฝ่ายหนึ่ง

แม้เราจะไม่รู้ยุทธศาสตร์ หรือรู้ว่าบทละครชิงโลกของแต่ละฝ่าย ว่าจะเดินกันอย่างไร แต่มันก็พอมีหลายปัจจัยของแต่ละฝ่าย ที่เป็นส่วนสำคัญที่ฝ่ายวางยุทธศาสตร์เขาก็ต้องนำมาพิจารณา และเราก็น่าจะพอตามดูและประเมินได้ระดับหนึ่ง คือ

– พันธมิตร

– สภาพเศรษฐกิจ 

– กำลังอาวุธยุทโธปกรณ์ ทั้งด้าน hardware และ software

– กำลังพล ทั้งในระบบและนอกระบบ

สำหรับปัจจัยเกี่ยวกับพันธมิตร ตั้งแต่กลางปีเป็นต้นมา การแบ่งค่าย แบ่งข้าง โดยความสมัครใจ หรือโดยการหักแขน ล็อกคอก็ตาม ต่างทำกันอย่างชัดเจน แทบไม่เหลือให้เดามาก แต่ละฝายคงคาดการณ์รู้กันเองแล้วว่า เวลาออกโรงแสดงฉากใหญ่ น่าจะใกล้เข้ามาทุกที ถึงมีการแจกบทให้แสดงกันอย่างเปิด เผย

ดูตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ จากการประชุม APEC เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.2014 ที่แดนมังกรและการประชุม G20 ที่แดนจิงโจ้ ในกลางเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.2014 นี่ก็แล้วกันเป็นการแสดงที่เห็นชัดถึงการแบ่งพวกของ คู่ชิงศึกสงครามโลกชัดเจนดี

ที่แดนมังกร ตัวละครเอก ผู้นำของแต่ละฝ่าย นายโอบามาและนายปูติน มีการเผชิญหน้ากันจังๆ แต่สื่อรายงานว่า นายโอบามาพยายามเลี่ยงนายปูตินอย่างเห็นชัด เลี่ยงทำไม… ทำให้มองไม่เห็นความองอาจ ผ่าเผยของผู้นำฝ่ายอเมริกา แถมหน้าตาท่าทางของท่านผู้นำอเมริกา… ก็เหมือนคนไปกินยาผิดมา ทั้ง

หมอง ทั้งหม่น ราศีพี่เบิ้มหมายเลขหนึ่งของโลก ไม่รู้หล่นไปไหนหมด

ส่วนนายปูตินเดินอาดๆ มาเข้าฉาก หลังจากแสดงบทสุภาพบุรุษคลุมไหล่ คุณนายสีแล้ว ก็โดดมาเล่นบทตบไหล่ฝ่ายตรงข้าม เหมือนเป็นการทักทาย หรือท้าทาย ไม่แน่ใจ….แต่นายโอบามาดันเอียงหลบ….. ยกแรกแสดงแบบนี้ นายปูตินก็น่าจะได้คะแนนนำ…. ส่วนนายโอบามา ถ้าพวกพันธมิตรลูกหาบ เห็นทั้ง โหงวเฮ้งและการแสดงเปิดตัวของลูกพี่แล้ว อาจเหนื่อยใจ แทน แทบไม่อยากไปเข้าฉากรบด้วย

ส่วนมังกรเจ้าถิ่น ทำตัวเป็นเจ้าภาพที่ดูเหมือนกำลังดี แต่ตอนท้ายก็เปิดไต๋ แสดงตัวว่าเป็นคนรักเพื่อนแบบไม่กลัวถูกนินทา เวลาถ่ายรูปหมู่ จัดให้นายโอบามาไปยืนเสียไกลเกือบตกเฟรม ส่วนนายปูตินเอามายืนทำหน้าหล่ออยู่ติดกับเจ้าภาพ ให้มันรู้กันว่า คู่นี้เขารักจริง ไม่ทิ้งกันยามยาก

ส่วนที่แดนจิงโจ้ก็ตรงกันข้าม ทีใครทีมัน กลุ่มเจ้าภาพไม่เล่นบทลำเอียง เหมือนที่แดนมังกร มันไม่ถึงใจ …แต่หยิบเอาบทผู้ดีรุมตีแขก (แถวบ้านผมเขาเรียกหมาหมู่ครับ) มารับรองนายปูตินไล่มาตั้งแต่เจ้าภาพ นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย นายกรัฐมนตรีอังกฤษ แต่เยี่ยมสุดน่าจะได้รางวัลจากอเมริกาคือ นายกรัฐ มนตรีแคนาดาที่บอกว่า… ผมคงต้องจับมือกับคุณกระมัง ปูติน แต่จะให้ดีรัสเซีย ควรจะออกไปจาก ยูเครน ได้แล้ว… กลุ่มแองโกล แซกซอน (Anglo Saxon) ช่วยกันแจกคำด่ารัสเซียเป็นของชำร่วย เป็นการต้อน… มากกว่ารับนายปูติน

ขนาดสื่อเรียกการประชุมนี้ว่า G20-1 เหมือนไม่นับรัสเซียว่า เป็นสมาชิกด้วย

นายปูตินก็ใช่เล่นที่ไหน ไม่ไปเข้าประชุมแบบตัวเปล่า… หอบเอาเรือรบบรรทุกอาวุธนิวเคลียร์ไปด้วย 4ลำ อ้างว่า… มีข่าวกรองมาว่า จะมีการต้อนรับจัดเต็มแบบพิเศษจากใครก็ไม่รู้ จริงไม่จริงไม่รู้ แต่เรื่องแบบนี้ประมาทไม่ได้ เอาชื่อไปทิ้งแถวแดนจิงโจ้คงไม่เท่ห์นัก ยังไม่ได้เริ่มเล่นบทพระเอกในสงครามชิงโลกกันเลย

แต่ดูๆ ไปแล้ว เหมือนนายปูตินตั้งใจยียวน ก๊วนอเมริกากับพวกมากกว่า นายปูตินน่าจะกำลังส่งสัญญาณว่า ไม่ใช่แค่พร้อมสู้กับการรุมกินโต๊ะของอเมริกาและพวกเท่านั้นนะ เข้าใจไหม…

มันเป็นการยกระดับการส่งสัญญาณของรัสเซีย!

ลองมาไล่เรียงดูพันธมิตรของแต่ละฝ่าย ว่ามีใคร ฝีไม้ลายมือขนาดไหนกันบ้าง

ฝ่ายอเมริกา

– กลุ่มแองโกล แซกซอน (Anglo Saxon) นำโดย อังกฤษ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และแคนาดา

– กลุ่มตะวันออกกลาง นำโดย พวกเสี่ยปั๊มน้ำมันค่ายซาอุดิอาระเบียมี ซาอุดิ อาระเบีย, อาหรับอามิเรตส์ บาห์เรน, คูเวต, การ์ตา, จอร์แดน, อิรัก (น่าสงสัย) และตุรกี (ซึ่งแม้จะอยู่นอกกลุ่มพวกเสี่ย แต่ก็ถือว่า เป็นลูกหาบอเมริกา แต่ระยะหลังพฤติกรรมน่าสงสัย) และอิสราเอลตัวแสบ

– กลุ่มยุโรป หมดทั้งทวีป รักกันมากน้อยนั้นอีกเรื่องหนึ่ง มีนาโต เป็นผู้คุมฝูง

– กลุ่มเอเซีย มีญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ลาว เขมร พม่า (น่าสงสัย) อินเดีย (น่าสงสัย) ปากี สถาน (น่าสงสัย) และอัฟกานิสถาน

– กลุ่มแอฟริกา มี อียิปต์เป็นตัวหลัก

– กลุ่มลาตินอเมริกา ยังมองไม่เห็นตัวหลัก

ฝ่ายรัสเซีย

– กลุ่มเอเซีย มี จีน เกาหลีเหนือ และกลุ่มเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Co-Operation)

– กลุ่มยุโรป ที่เปิดเผยยังไม่มี

– กลุ่มตะวันออกกลาง มีอิหร่าน ซีเรีย เลบานอน และ ตุรกี (ถ้าเลิกเป็นนก 2 หัว)

– กลุ่มแอฟริกา ยังไม่ยอมเปิดเผยตัว

– กลุ่มลาติน มีบราซิล และคิวบา

เห็นได้ชัดว่าในด้านปริมาณ ฝ่ายอเมริกามีมากกว่าฝ่ายรัสเซีย จนฝ่ายรัสเซียน่าจะถอดใจ แต่ถ้าลองมาไล่เรียงด้านศักยภาพของเหล่าพันธมิตรของแต่ละฝ่ายดูบ้างว่า ใครเป็นมวยประเภทไม้ประดับ หรือใครเป็นมวยประเภทหมัดหนักแบบท่อนซุง

ฝ่ายอเมริกา

หมัดหนักที่สุดคือ อิสราเอล มีความพร้อมทั้งด้านกองกำลังอาวุธ ส่วนหมัดรองมี ชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ ฝรั่งเศส สวีเดน และที่มีกองกำลังใกล้เคียงกัน และอาวุธไม่น้อยหน้ากัน … แต่ตอนนี้ ชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อย เล่นเต๋าถ่วงออกมา เบร็กซิท (Brexit) อย่างนี้… สงสัยถึงเวลาถูกขานชื่อ…คงได้ยินไม่ค่อยชัด

พวกอียู นาโต อยู่กับอเมริกาแน่นอน แต่ไม่รู้อยู่แบบใส่เกียร์วิ่ง หรือ เกียร์ว่าง

ส่วนแถบเอเซีย แปซิฟิกที่พอใช้การได้มี ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์และเวียดนาม แต่เป็นพวกหมัดเบาทั้งนั้น ยกเว้นคุณยุ่น หัวหมู่ทะลวงฟัน ที่อเมริกากำลังประโคมโหมทุกอย่างเพื่อให้ไปแบกถาด… พร้อมตายแทนอเมริกา และคุณจิงโจ้ ที่อเมริกาคิดว่า พอจะไว้ใจได้ ให้คุมแปซิฟิกใต้

ส่วนแถบตะวันออกกลาง น่าจะเป็นพวกหมัดกัด มากกว่าเป็นหมัดหนัก

สรุปพันธมิตรที่อเมริกา ดูเหมือนมีแยะ เกลื่อนไปทั้งโลก แต่ที่จะพึ่งได้จริงๆ คงมีไม่ไม่กี่ประเทศ รุ่นหมัดหนัก ใจถึง อาจจะเหลือ แค่อิสราเอล กับญี่ปุ่น …โถ พี่เบิ้ม

ฝ่ายรัสเซีย

รุ่นใหญ่หมัดหนักมีเพียบคือ จีน บราซิล ปากีสถาน เกาหลีเหนือ (แม้จะเป็นประเทศเล็ก แต่แรงและเผ็ดจัด) อิหร่าน เลบานอน และม้ามืดคือ คิวบา

รุ่นกลางมีซีเรีย เยเมน  (และอาจจะพ่วงเอาตุรกีและอิรัก เข้ามาด้วย ต้องดูอีกสักระยะหนึ่ง) และกลุ่มเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้

ฝ่ายนี้ดูมีน้อยประเทศ แต่รู้สึกจะประเภท หมัดหนักใจถึงเกือบหมด

สำหรับเลบานอน เป็นหมากสำคัญอีกตัวหนึ่ง หลายท่านอาจจะไม่รู้ จากการที่เลบานอน เป็นเจ้าของกองกำลังฮิซบอลเลาะห์ (Hezbollah) ซึ่งมีศักยภาพสูง และมีวินัยสูงครอบครองบริเวณที่สามารถก่อการอันตรายให้กับอิสราเอลอย่างยิ่ง ทำให้เลบานอนเป็นประเทศที่อเมริกาพยายามซื้อ ถ้าซื้อไม่ได้ก็ต้องทำลาย ขณะเดียวกัน อิหร่านก็ทุ่มสุดตัวเช่นเดียวกัน ในการส่งเสียเลี้ยงดูพวกฮิซบอลเลาะห์ ดังนั้น ถ้าเลบานอนสามารถทำให้อิสราเอลเหนื่อยได้ อเมริกาก็เซได้

สรุป เรื่องพันธมิตร 

ฝ่ายอเมริกา แม้จะมีจำนวนมากกว่า ดูเผินๆ ฟังแต่ข่าวย้อมสี มันน่าคึกคัก ว่าโลกทั้งใบอยู่ฝ่ายอเมริกาทั้งนั้น แต่ดูเหมือนจะเป็นพวกที่จำเป็นจะต้องอยู่กับอเมริกา เพราะมีเชือกผูกหรือถูกต้อนเข้าคอกไม่น้อย แบบนี้เวลาจะไปรบน่ะ ถามจริงๆ เขาจะไปตายแทนให้หรือ แถมจะเป็นภาระให้อเมริกาต้องมาดูแล เพราะกองกำลังของตัวเองก็มีไม่พอแม้จะดูแลตัวเอง จะเอาที่ไหนไปช่วยลูกพี่ มีแต่กำลังปาก ถึงตอนเข้าฉากรบจริง อเมริกาอาจบอกตัวใครตัวมันนะพวก

ส่วนฝ่ายรัสเซีย เห็นแล้วเหมือนจำนวนน้อยจนน่าใจหาย แต่ดูศักยภาพแล้ว ไม่น่าต้องอธิบายมาก เป็น

พวกถูกอเมริกาไล่บี้ เสียจนแทบไม่มีที่ยืนแทบทั้งนั้น ตั้งแต่ตัวหัวหน้าเอง แบบนี้มีอะไรจะต้องเสีย ไม่รบต่างหาก อาจจะเสียจนไม่มีที่ยืน แล้วการรบด้วยความคับแค้น ความฮึด และความอึด มันเป็นอย่างไร นึกถึงภาพเด็กแสบเกาหลีกับอิหร่านเสี่ยนิวเคลียร์ ก็น่าจะพอเห็นภาพกันออก ไม่ต้องบรรยายมากนะครับ

ตกลงฝ่ายอเมริกา ที่ว่าพวกมาก เกรงจะเป็นประเภทพวกมาก ลากลงเหวเสียมากกว่าแบบนี้ ฝ่ายรัสเซีย กลุ่มเล็กแต่เหนียวและหนัก น่าจะดีกว่า

Scroll to Top