แด่นักรบเงา ที่เสียสละแม้ชีวิต
เพื่อรักษาบ้านเมืองที่รักของเรา

Search

เล่ม 6 แผนล่า 1

แกะรอยสงครามโลกครั้งที่ 3

ตอน  8

เรื่องต่อมาคือ เรื่องกำลังอาวุธของทั้ง 2 ฝ่าย

อเมริกา ทำการบ้านมากมาย เพื่อให้รู้แน่ถึงศักยภาพของฝั่งรัสเซีย ไอ้พวกถังความคิดต่างๆ ทำงานเสียหน้ามืด แต่ขอทีเถิดนะ ที่หลังอย่าลอกการบ้านกัน หลอกเอาเงินสปอนเซอร์แบบนี้ คนอ่านแก่ๆ อย่างผม อ่านแล้วเสียอารมณ์ เห็นหน้าปกเป็นถังใหม่ ข้างในลอกกันเพียบ อย่างนี้มันน่าจะเป็นถังขยะ มาก กว่าถังความคิด

ต่อครับ อเมริกาคิดว่าตัวต่อตัว ระหว่างอเมริกากับรัสเซีย อเมริกาล้มรัสเซียได้ แต่พรรคพวกของรัสเซียนะซิ โดยเฉพาะจีนและอิหร่าน มีของจริงมากน้อยน่ากลัวแค่ไหน อเมริกาประเมินเรื่องกำลังอาวุธของจีนต่ำตลอด ถึงขนาดในการประชุมที่ Shangri-La Dialogue ที่เน้นเรื่องความมั่นคงของประเทศ ที่จัด เป็นประจำทุกปีที่สิงคโปร์ อเมริกาเคยปรามาสจีนอย่างไร้มรรยาท จนจีนไม่เข้าร่วมอยู่พักหนึ่ง ตอนนี้ก็ไม่แน่ว่าอเมริการู้จริงถึงศักยภาพอาวุธของจีน เพราะจีนปิดเงียบ ไม่มีการโม้ ไม่มีการโชว์

แต่ที่อเมริกาให้เวลาในการวิเคราะห์ มากมายอีกประเทศหนึ่ง คือ อิหร่าน เพราะอเมริกาคิดว่า อาวุธที่ทรงอานุภาพที่สุด และเป็นตัวตัดสินคือ อาวุธนิวเคลียร์และอเมริกาคิดว่า อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ มานานแล้ว อเมริกาถึงกับชักใย ให้สหประชาชาติใช้มาตรการคว่ำบาตรกับอิหร่าน

อิหร่านพัฒนานิวเคลียร์จริงหรือไม่ อิหร่านบอกว่าไม่ได้ทำ แต่ถ้าเรื่องนี้กลับตาลปัตร พูดได้คำเดียวว่า “แหลก” ฝ่ายไหนแหลก ก็ลองประเมินกันเองบ้างครับ

กรณีอิหร่าน ทำให้พอมองเห็นแนวคิดของอเมริกาเกี่ยวกับเรื่องอาวุธ เมื่ออเมริกาคิดว่านิวเคลียร์คืออาวุธที่ทรงอานุภาพที่สุด และเป็นตัวตัดสิน อเมริกาจึงเน้นการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และบรรดาที่เป็นhardware เป็น ส่วนมาก เช่น เรือรบ เรือบรรทุกเครื่องบิน รถถัง เครื่องบิน ฯลฯ เพื่อสร้างความคล่อง ตัวในการเคลื่อนไหว เคลื่อนที่ ล็อกเป้า เป็นต้น

สิ่งที่น่าสนใจ และอเมริกาอาจจะไม่ให้ความสนใจพอในตอนแรก คือจีน เป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าในเรื่องการพัฒนาระบบไอทีอย่างมาก อาวุธที่จีนพัฒนามาใช้ อาจไม่ใช่ในรูปแบบ hardware ทั้งหมด แต่เป็นรูปแบบไอที software ถ้าจีนพัฒนา software ที่สามารถสยบอาวุธหลากหลายของอเมริกาได้ …สงครามครั้งนี้คงมีการสู้รบ รูปแบบต่างกับสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างแน่นอน และมีความเป็น ไปได้สูงมาก

ยังมีอินเดียที่เป็นกูรูอีกรายในด้านไอที ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าอินเดียยืน อยู่ข้างไหน… ล่าสุดเมื่อเดือนมิถุนายน (ค.ศ. 2016) นายกรัฐมนตรีอินเดีย ไปวอชิงตัน ไปตกปากรับคำกับอเมริกาว่า ถึงคราวจำ เป็นก็จะให้อเมริกาใช้ฐานทัพที่อินเดียอเมริกาเนื้อเต้น รีบร่างเอกสาร คุณแขกบอกว่า รอแป๊บนึง เราต้องเข้าสภาก่อนระหว่างรอสภา คุณแขกก็ขอนั่นแถมนี่ อเมริกาก็ประเคนให้ พอได้หมด รัฐสภาแขก  ก็ตกลง..ใช้ฐานทัพได้ เฉพาะแวะเติมน้ำมัน (แขกขายน้ำมัน) กับเติมอาหาร (แขกขายอาหาร) แหมไม่รู้จักฤทธิ์แขก … เลยไม่รู้ว่า คุณแขกจะยืนฝั่งไหน ยืนแบบไหน

ถ้าอินเดียเกิดมายืนฝั่งรัสเซีย เพราะรักกับรัสเซียจัง ถึงขนาดออกปากว่า …รัสเซียคือเพื่อนแท้ของเรา…และถ้าเพื่อนแท้เขาแชร์เทคโนโลยีกัน… คงเป็นเรื่องน่าสนใจมาก… และน่าคิดและน่ากังวลมากสำหรับอเมริกา

ตัวอย่างที่ทำให้น่าคิดว่า เรื่องความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี software ทางฝั่งรัสเซียและจีน… ไม่ใช่เรื่องเกินจินตนาการคือ…ข่าวเกี่ยวกับระบบซูกอย 24 (Sukhoi 24 หรือ Su-24) ของรัสเซีย ที่สยบเรือรบสัญชาติอเมริกาขื่อ “USS Donald Cook” เมื่อกลางปี ค.ศ.2014 ที่มีข่าวจากเวทเทอเริน ทูเดย์(Veterans Today) เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ค.ศ.2014 ว่า

เรือรบสัญชาติอเมริกันชื่อ “ยูเอสเอส โดนัลด์ คุก USS Donald Cook” ซึ่งติดตั้งระบบ“Aegis” ที่เป็นระบบที่ไฮเทคที่สุดของอเมริกา ที่สามารถใช้ทำการโจมตีและต่อสู้จรวดทางอากาศ ได้ไปลอยลำโชว์ตัวพร้อมจรวดโทมา ฮอว์ก เย้ย รัสเซียที่แถบทะเลดำเมื่อวันที่ 10 เมษายน ค.ศ.2014 ที่ผ่านมา การเข้าไปในน่านน้ำของโดนัลด์ คุก (Donald Cook) เป็นการฝ่าฝืน Monteux Convention ด้านประเภทและระยะเวลา

รัสเซียไม่ได้ใช้อาวุธขับไล่โดนัลด์ คุก เพียงแต่ส่งเครื่องบินรบที่ติดตั้งระบบเรียกว่า Sukhoi 24หรือ Su-24 ไปบินวนรอบเรือรบโดนัลด์ คุก ซึ่งจับสัญญาณเครื่องบินรบรัสเซียได้ เครื่องเตือนภัยของเรือรบทำการแจ้ง แต่หลังจากนั้นแป๊บเดียว ระบบอีเลคโทนิคทั้งปวงของโดนัลด์ คุกก็ล่ม จอดับมืด ว่างสะอาดเกลี้ยงเกลา และไม่สามารถทำการกู้ระบบได้อีกเลย

ระหว่างนั้นเครื่องบินรบที่ติดระบบ Su-24 ของรัสเซีย ก็บินวนเหนือดาดฟ้า โดนัลด์ คุก 12 รอบ ก่อนบินจากไป

เมื่อรู้ตัวว่า ถูกลูบคมจนไม่เหลือ โดนัลด์ คุก ก็รีบแล่นเข้าไปจอดเทียบท่าที่โรมาเนีย รายงานข่าวบอกว่า หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ประจำการ 27 คนของโดนัลด์ คุก ก็ยื่นใบลาออก และไม่มีการแถลงข่าวใดๆจากฝั่งอเมริกา ส่วนทางรัสเซียออกข่าวเพียงว่า… เรายังไม่ได้ใช้อาวุธอะไรเลยนะ เพียงแค่ใช้ระบบคลื่นวิทยุทำลายการทำงานของระบบอเมริกันที่ว่าเยี่ยมสุดแค่ นั้นเอง… และระบบที่ว่านี้ของอเมริกา เขาว่ากองเรือทั้งหมดของ นาโต จะติดตั้ง เพื่อใช้ในการต่อสู้กับรัสเซีย หากรัสเซียบุกยูเครน…

สรุปว่า ด้านอาวุธยุทธโทปกรณ์นั้น ยังตัดสินไม่ขาดว่า ฝ่ายใดจะนำหน้าใคร เพราะมีทั้งเรื่องนิวเคลียร์

Hardware และ software ที่ต่างก็ซุ่มพัฒนา แต่ถ้าจีนสามารถสร้างระบบ software ที่สยบระบบที่ใช้กับอาวุธของอเมริกาได้หมด หรือเกือบหมด หนทางชนะสงครามชิงโลกของอเมริกา คงแทบไม่มีได้เห็นเลย!

ปัจจัยสุดท้าย ที่จะตามประเมินกันคือ เรื่องกองกำลัง ซึ่งมีทั้งในระบบและนอกระบบ

สำหรับกองกำลังในระบบ เป็นเรื่องที่ประเมินยาก เนื่องจากความแตกต่างทางข้อมูลของของแต่ละแหล่งที่มา ซึ่งแน่นอน มีทั้งการซ่อนตัวเลขไม่ให้อีกฝ่ายรู้ ความจริง หรือแต่งให้ดูดีกว่าเป็นจริง จึงเป็นเรื่องที่ยากจะยืนยัน ตัวเลขที่จะนำมาแสดงต่อไปนี้ ผมได้มาจากหลายแหล่ง มีทั้งเว็บด้านทหาร และข้อ มูลที่มีผู้รู้ทางด้านนี้ส่งมาให้ ผมใช้ตัวเลขที่ประเมินจากทุกแหล่งข้อมูลที่ได้ มาเปรียบเทียบและ ประมาณความเป็นไปได้นะครับ

ฝ่ายอเมริกา 5 อันดับแรก

– อเมริกา มีประมาณ 2.2 ล้านนาย

– เกาหลีใต้ มีประมาณ 1 ล้านนาย

– อังกฤษ มีประมาณ 4 แสนนาย

– ฝรั่งเศส มีประมาณ 4 แสนนาย

– ออสเตรเลีย มีประมาณ 3.5 แสนนาย

– ที่เหลือรวมๆ กันของพันธมิตร มีประมาณ 2 ล้านนาย

รวมทั้งหมดประมาณ 7 ล้านนาย

ส่วนกองกำลังในระบบ ของฝ่ายรัสเซีย 5 อันดับแรก

– จีน มีประมาณ 4.3 ล้านนาย

– รัสเซีย มีประมาณ 3.2 ล้านนาย

– อินเดีย มีประมาณ 3.4 ล้านนาย

– เกาหลีเหนือ มีประมาณ 2 ล้านนาย

– อิหร่าน มีประมาณ 3 ล้านนาย

– ที่เหลือรวมๆ กันของพันธมิตร มีประมาณ 2 ล้านนาย

รวมทั้งหมดประมาณ 18 ล้านนาย (ถ้ายังไม่นับอินเดีย ก็มีประมาณ 15 ล้าน)

สรุป กองกำลังในระบบ หรือประจำกองทัพ ระหว่างฝ่ายอเมริกากับฝ่ายรัสเซีย อัตราส่วนประมาณ 1: 2  ถึง 1: 2.5 ฝ่ายรัสเซียมีมากกว่าฝ่ายอเมริกาอย่างน้อย 1 เท่าตัว

คงพอเห็นแล้วว่า มีจำนวนพันธมิตรมาก ก็เรื่องหนึ่ง แต่เวลาทำสงคราม จำนวนนักรบ อาจสำคัญกว่าเพื่อนที่เป็นภาระรุงรังนะครับ

เกี่ยวกับเรื่องกองกำลังนั้น อเมริกาเลิกระบบทหารเกณฑ์ไปแล้ว มีแต่ทหารสมัคร ขณะที่รัสเซีย จีน เกาหลีเหนือ และอิหร่าน ยังมีระบบทหารเกณฑ์ตามกฎหมายอยู่ ซึ่งจะทำให้ทั้ง 4 ประเทศ สามารถเรียกทหารสำรอง และทหารเกณฑ์ได้อีกหลายสิบล้านนาย

ยังมีตัวแปรที่มีกองกำลังขนาดใหญ่ ที่ผมไม่ได้ใส่ไป 2 ประเทศ คือ บราซิลและตุรกี บราซิล นั้น อยู่ระหว่างจะเป็นกลาง หรือเข้ากับฝ่ายรัสเซีย มีกองกำลังประมาณ 4 แสนคน ส่วนตุรกีนั้น ด้วยความเป็นนก 2 หัว ชอบเล่นเกมเสียว ตุรกียังเล่นเสียวต่อ ไม่ตัดสินใจ มีกองกำลังประมาณ 6 แสนคน

สำหรับไทยแลนด์ แดนสมันน้อยนั้น ผมไม่ได้เอามาใส่อยู่ฝ่ายใดเลย เพราะไม่สามารถคาดเดาความลึก ซึ้งยาวไกลในวิสัยทัศน์ของท่านผู้นำได้ ไม่แตะดีกว่าครับ ได้แต่แอบหวังว่า พระสยามเทวาธิราชท่านคงดลใจให้ไปถูกทาง เพื่อให้สมันน้อยรอดพ้นจากอันตราย

Scroll to Top