แด่นักรบเงา ที่เสียสละแม้ชีวิต
เพื่อรักษาบ้านเมืองที่รักของเรา

Search

เราคงต้องขุดคุ้ยดูที่ เดอะ แบล็คสโตน กรุ๊ป The Blackstone Group เจ้าของฟรีสเกลอีกราย ว่าตกลงมันเป็น (ของ) ใครกันแน่

มีสื่อเขียนให้เข้าใจว่า พวกโล่ห์แดง รอธไชลด์ (Rothschild) โคตรรวยที่อยู่อีกฝั่งของอเมริกาเป็นเจ้า ของ …มันเรื่องจริง หรือ มีใครทำป้ายปลอมลวงเรา

จากเอกสารที่ผมค้นเจอ ได้ความว่า เดอะ แบล็คสโตน กรุ๊ปเป็นบริษัทประเภทที่มีผู้ถือหุ้น เป็นกองทุนส่วนบุคคล ไม่ต่างกับคาร์ไลล์ แถมจับมือกับคาร์ไลล์ ซื้อกิจการร่วมกันมาหลายรายการแล้ว พวกเขาดูเหมือนจะคุ้นเคยกันดี หรือ อย่างน้อย ก็อยู่ในวงเดียวกัน

เดอะ แบล็คสโตน กรุ๊ป ตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1985 โดย ปีเตอร์ จี พีเตอร์สัน แอนด์ สตีเฟน เอ ชวาร์ซแมน (Peter G. Peterson & Stephen A Schwarzman) กับ ริชาร์ด เบนเนต (Richard Bennett) พวกเขาบอกว่า ชื่อ แบล็คสโตน (Blackstone) หรือหินดำนี่ มาจากชื่อ 2 คนรวมกัน

peter” หรือ “เพทรา petra” ภาษากรีก แปลว่า “rock หรือ stone” หรือก้อนหิน
ส่วน “ชวาร์ซ Schwarz” ภาษาเยอรมัน แปลว่า “ดำ

คุณหินกับคุณดำ เคยทำงานด้วยกันมาก่อนที่ เลห์แมน บราเธอร์ (Lehman Brothers) และที่คูน โลบ (Kuhn, Loeb Inc.) จนคุณหินเป็นประธานกรรมการ แกคงเบื่อเป็นลูกจ้าง เลยออกมาทำธุรกิจเอง และแกคงชอบชื่อ “หิน” มาก เมื่อต่อมาในปีค.ศ.1987 ไปร่วมลงทุนกับอีกกลุ่ม ก็ตั้งชื่อกองทุนว่า แบล็คร็อค (BlackRock)…

ส่วนคุณดำ เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย (Yale) ช่วงเดียวกับคูณบุช ลูก หลังจากนั้นก็ไปเรียนต่อที่โรงเรียนบริหารธุรกิจฮาร์วาร์ด (Harvard Business School) พอทำงานจนรวยมาก ก็ไปซื้ออพาร์ตเม้นต์ที่พาร์ค อเวนิว (Park Avenue) ถิ่นคนโคตรรวยใน นิวยอร์ก เป็นอพาร์ตเมนท์ ซึ่งเคยเป็นของท่านร้อกกี้ the great … คงเป็นเรื่องบังเอิญ…

เมื่อตั้ง แบล็คสโตน คุณดำรับหน้าที่เป็นซีอีโอ คงไม่ต้องบอกนะครับ ว่าคุณดำเขาก็เป็นชาวยิว (ที่บัง เอิญเหมือนกันกับอีกหลาย ๆคน ที่ผมเล่ามา ทั้งๆ ที่ไม่ได้ตั้งใจจะเล่าเรื่องชาวยิวเลยจนนิดเดียว)

ส่วนคุณหิน ไม่ได้เป็นยิว แต่เป็นชาวกรีก เออ มาแปลก… แต่อ่าน ๆไปก็ไม่แปลก …คุณหินเรียนจบที่North western แล้วไปเรียนต่อปริญญาโทที่ มหาวิทยาลัยชิคาโก หลังจากนั้นก็ทำมาหากินอยูแถบชิคาโก จนบังเอิญไปเจอกับท่านร้อกกี้ the great ตัวเป็นๆ แถมคุยถูกคอกันดี แล้วใครไม่รู้ก็ส่งคุณหิน ไปเป็นที่ปรึกษาให้ประธานาธิบดีนิกสัน ในปี ค.ศ.1972 ต่อมาก็ได้รับตำแหน่งเป็น รมต. พาณิชย์ในรัฐบาลนั้น หลังจากนั้นก็ได้รับมอบหมายให้เป็นประธานกิจกรรมการค้าระหว่างอเมริกา กับสหภาพโซเวียต…. วางไลน์ได้สวยจริงๆ

หมดจากภาระด้านรัฐบาล คุณหินก็มาทำงานการเงิน ที่ เลห์แมน บราเธอร์ จนเป็นประธาน หลังจากนั้นก็มีคนส่งเสริมให้ขึ้นเป็นประธานกรรมการของ CFR ตำแหน่งใหญ่คับฟ้า ต่อจากท่านร้อกกี้ the great

เรื่องราวออกมาเป็นอย่างนี้ เจ้าของตัวจริงของแบล็คสโตน (Blackstone) ก็น่าจะเป็นของท่านร้อกกี้ หินร่วง มากกว่า ท่านโล่แดง

ส่วนที่สื่อฝรั่งไปออกข่าวว่าเป็นของโล่ห์แดง ผมว่า น่าจะเป็นการวางป้ายลวง ให้พ้นตัวก็ได้นะ และไม่ใช่วางแบบเลื่อนลอย วางแบบเนียนเสียด้วย จากเอกสารที่ค้นเจอ ท่านโล่ห์แดง หลอดเจคอบ(Jacob) ก็มาเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ให้กับหินดำจริงๆ แต่ไม่น่าจะใช่เป็นเจ้าของ แบล็คสโตน แม้จะมีการตีฆ้อง โดยสื่อชื่อ Vanity Fair ซึ่งก็อยู่ในแวดวงของท่านร้อกกี้ the great ว่า โคตรรวย 2 ฝั่งจับมือกันเมื่อปี ค.ศ.2012 โดยฝั่งโล่ห์แดง จะใช้เศษเงินในกองทุนที่ชื่อ RIT Capitals Partners (Rothschild Capital Trust) มาซื้อหุ้นบางส่วนของฝั่งร้อกกี้ ที่อยู่ในกองทุนที่ชื่อว่า Rockefeller Financial Services ประมาณ 37%

ผมว่า มันจิ๊บจ๊อยนะ ไม่พอซื้อประเทศไหนหรอก น่าจะเอามาลวงให้เราเชื่อว่า คนรวยเขารักกัน จับมือกันจริงๆ

แต่ผมเชื่อในทฤษฏีที่ว่า มงกุฎอันเดียว ใส่พร้อมกัน 2 หัวไม่ได้หรอก …

และสังเกตดูจากการวางแผน วางคน ที่ซับซ้อนของนิทานที่กำลังเล่านี้ ผมก็ออกจะเอนไปทางเห็นรอยมือรอยตีนของฝ่าย ร้อกกี้ หินร่วง มากกว่าฝ่ายโล่ห์แดง…

ตัวอย่างเช่น ในประวัติของคุณดำบอกว่า เนื่องจากแกทำงานที่หินดำนี่ จนรวยติดอันดับคนรวยของโลก  เมื่อวันที่ 21 เมษายน ค.ศ.2013 คุณดำก็ประกาศจะมอบเงินจำนวน 100 ล้านเหรียญ เป็นเงิน ทุนประเดิม ในการโครงการให้ทุน แก่นักศึกษาจีน ในเมืองจีน…วางไลน์สวยอีกแล้ว

เป็นโครงการชื่อชวาร์ซแมน สกอร์ล่า (Schwarzman Scholars) โดยตั้งเป้าหมายว่า จะต้องระดมทุนให้ได้ถึง 200 ล้านเหรียญ โครงการนี้จะทำที่มหาวิทยาลัยซิงหัว (Tsinghua) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยระดับหนึ่งในสิบสุดยอดของจีน โดยมีความตั้งใจจะให้ทุนแก่นักศึกษาจีน ให้ได้ถึง 100 ทุน เมื่อถึงปี ค.ศ. 2016 โครงการนี้ ออกแบบและอำนวยการโดยคณบดีจากมหาวิทยาลัยเยล

ที่น่าสนใจคือ ประวัติที่มาของมหาวิทยาลัยซิงหัว

ซิงหัวนั้น ตั้งขึ้นจากเหตุการณ์กบฏนักมวย ท่านที่อ่านนิทานเรื่อง “ไม่ตกสะเก็ด” แล้ว คงพอจำได้ พวกต่างชาติที่อยู่ในจีน นำโดยอังกฤษ วางแผนที่จะล้มบัลลังก์พระราชวงศ์ที่ปกครองจีน โดยเฉพาะพระนางซูซีไทเฮา ขณะเดียวกันชาวจีน ที่เป็นพวกเล่นมวยจีน ก็โดดเข้ามาต่อต้านพวกฝรั่ง ซึ่งน่าจะเป็นการวางแผนซ้อนของฝ่ายอเมริกา หรือท่านร้อกกี้ คนพ่อ ยุให้นักมวยเอาหมัดไปสู้กับปืนกล ในที่สุดหมัดก็แพ้ปืนกลเป็นธรรมดา…

อเมริกา ฉวยโอกาสเรียกค่าเสียหาย จากการที่พวกนักมวยทำให้ฝรั่งตกใจและบาดเจ็บ (แต่ส่วนที่ฝ่ายนักมวยตาย และตายแยะ อันนี้ฝรั่งไม่ต้องชดใช้ เพราะนักมวยวิ่งเข้ามาหาปืนกลเอง) เป็นจำนวน 30ล้านเหรียญ สมัยร้อยปีก่อน ต้องถือว่าแยะมาก

ประธานาธิบดีรูสเวลท์ (Roosevelt) ทำเป็นใจดี บอกเราลดค่าเสียหายให้ประมาณ 10 ล้านเหรียญ แต่จีนต้องเอาเงินจำนวนนี้ ไปใช้เป็นทุนส่งนักเรียนจีนไปเรียนต่อที่อเมริกานะ และต้องตั้งวิทยาลัยซิงหัวในสวนของวังหลวงที่ปักกิ่งด้วย เพื่อใช้เป็น ร.ร. เตรียมตัวนักเรียน ก่อนที่จะส่งไปอเมริกา โดย YMCAจากอเมริกา จะเป็นผู้มาทำการคัดเลือกตัวผู้ที่จะได้ทุนไปเรียนต่อที่อเมริกา และกำหนดว่าจะไปศึกษาที่ไหนในอเมริกา

เป็นไงครับ ยอดเยี่ยมไหม วิธีการเพาะเชื้อฝังหัว ได้ไม่รู้กี่เด้ง แผนแบบนี้ พวกโลกสวยคงตบมือชื่นชมว่า ฝรั่งใจดีจัง

ท่านที่อ่านนิทานเรื่องต้มข้ามศตวรรษ เกี่ยวกับปฏิวัติ (ปลอม) ในรัสเซีย เมื่อปี ค.ศ.1917 คงจำได้ว่าYMCA นั้น เป็นผลงานจากการออกแบบของท่านร้อกกี้ คนพ่อเจอทั้งเรื่องทุน เรื่องกบฏนักมวย รวม ทั้ง YMCA ผมก็ขอสรุปเอาเองว่า เรื่องโล่ห์แดง น่าจะเป็นเรื่องป้ายลวง การทำป้ายลวง เขาทำกันหลายชั้น ถ้ามองชั้นเดียวก็หลงทางง่าย

วันนี้เจอหลักฐานอย่างนี้ ก็ขอสรุปอย่างนี้นะครับ ไปเจออะไรใหม่ เห็นว่า สรุปผิดไป ก็จะมาแก้ไข เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ ประวัติศาสตร์บันทึกกันมาเป็นร้อยๆ ปี ยังต้องมีการชำระ

กลับมาที่ แบล็คสโตน หินดำ ที่ไม่ใช่ของโล่แดงต่อ

แรกๆ แบล็คสโตนนั้น ไม่ได้ลงทุนในกิจการไอที ไซเบอร์ แต่เล่นทางสื่อทุกรูปแบบ รวมทั้งด้านการบันเทิง แต่ที่ลงทุนหนักคือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจเกี่ยวกับการเงิน การลงทุน รวมทั้งกองทุนเฮ็ดจฟันด์ (hedge fund) ต่างๆ จนถึงช่วง ค.ศ.1990 กลางๆ แบล็คสโตน ถึงมาจับเพิ่มเรื่องเทคโนโลยีด้านการสื่อสารและไอทีทางสาธารณูปโภค และซื้อ Northrop Grunman ที่สร้างระบบไอทีให้แก่กอง 

ทัพอากาศของอเมริกา แต่แล้วดันจะขายฟรีสเกล …อย่างนี้ชาวบ้านอย่างเราๆ จะไม่งงได้ยังไง

เรื่องของแบล็คสโตน ยังน่าสนใจและน่าสงสัยอีกหลายมุม และสงสัยอาจจะต้องมีป้ายปลอมภาค 2 แต่มันคงเป็นแค่ความฝันเฟื่องของผม ที่คิดจะเขียนภาค 2 แค่ภาค 1 นี่ยังทำท่าร่อแร่เลย ไม่รู้จะรอดไปถึงตอนจบไหม…คนอ่านก็ร่อยหรอลงทุกตอน …

แต่รับรองครับ เหลือคนอ่านแค่คนเดียว นิทานเรื่องนี้ก็จะเขียนจนจบ ไม่บอกลากันกลางคัน… เว้นแต่เพจเดี้ยงหน้าขาวค้างถาวร ถ้าเป็นอย่างนั้น ผมก็หมดปัญญา ขนาดกลาโหมของบ้านเขา เขายังเอาอยู่ในมือได้ สำมะหาอะไรกับเพจเล็กๆของลุงแก่ๆ…

มีผู้ปรารถนาดีให้คำแนะนำสารพัด วิธีแก้ไข ผมขอบคุณมากครับ แต่ผมอยากจะบอกว่า ในกรณีทั่วไป คงพอแก้ไขได้ แต่ถ้าเขา “ล็อกเป้า” เราแล้ว ทางป้องกัน หรือแก้ไข “ด้วยเทคโนโลยีของเขา” มันคงทำได้ยาก

เอาไว้ถึงเวลา … ถ้ายังไหว …ก็คงต้องคิดแก้ไข ด้วย “วิธีการอื่น” ครับ ใช้คำเดียวกับคุณพี่ซีไอเอเลยนะ… เดี๋ยวจะนึกว่า แก่แล้วไม่สู้

Scroll to Top