เล่ม 8 ‘สู้ ’
หักหน้าหักหลัง
ตอน 5 แผนชิงท่อ
เอาแผนที่โลกมากางดู ให้รู้จักยูเรเซีย ให้ชัดๆ เปรียบเทียบกับการเดินหมากของอเมริกา เป้าหมายของอเมริกาไปไกลกว่าที่คิด ไม่ใช่แค่จะปิดล้อมรัสเซียตามคำสอนของครูแมคเท่านั้น ยุทธศาสตร์ของอเมริกา ถ้าทำสำเร็จก็เหมือนตัดมือตัดตีนอาเฮีย ไม่ให้มีโอกาสเข้าไปถึงแหล่งน้ำมัน ทะเลแคสเปียน รวมทั้ง เข้าไปในคาซัคสถาน (Kazakhstan) ด้วยเช่นกัน และที่สำคัญมันจะเป็นการตัดขาดเส้นทางจับมือระหว่างอาเฮียกับรัสเซียอีกด้วย อืม หมากตานี้ เยี่ยม เหี้ยมจริงๆ
เส้นทางสายไหมแต่โบราณ The Great Silk Road ผ่านทาชเคนต์ (Tashkent) ในอุซเบกิสถาน (Uzbekistan) และอัลมาตี (Almaty) ในคาซัคสถาน (Kazakhstan) บริเวณที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขาใหญ่น้อย การควบคุม อุซเบกิสถาน, คีร์กีสถาน (Kyrgyzstan) and คาซัคสถาน ย่อมควบคุมท่อส่งที่อาจจะสร้างขึ้นระหว่างจีนกับเอเซียกลางด้วย ดังนั้นถ้าสามารถปิดล้อมรัสเซีย ก็จะยิ่งมีโอกาสควบคุมท่อส่งระหว่างรัสเซียกับยุโรปตะวันตกและตะวันออกกลาง ได้อีกด้วย
นายแสบเบรซินสกี้ ได้เขียนบทความไว้ในวารสาร Foreign Affairs ของ CFR เมื่อเดือนกันยายน ค.ศ.1997 ถึงยุทธศาสตร์ที่แท้จริงของวอชิงตันเกี่ยวกับยูเรเซีย สรุปความว่า
“ยูเรเซียมีพลเมืองเท่ากับ 75% ของโลก เท่ากับ 60% ของ GNP และมีทรัพยากรน้ำมันเท่ากับ 75%เมื่อรวมกันแล้ว ยูเรเซียสามารถจะมีอำนาจใหญ่ยิ่งกว่าอเมริกาหลายเท่านัก ประเทศใดก็ตามที่ครอบ ครองหรือควบคุมยูเรเซียได้ ก็เท่ากับควบคุมตะวันออกกลางและแอฟริกาโดยอัตโนมัติ เมื่อยูเรเซียเป็นจุดตัดสินเกม หมากรุกชิงโลก มันจะไม่ได้เรื่องนะ ถ้าอเมริกาจะมีนโยบายแยก ชุดหนึ่งสำหรับยุโรป และอีกชุดหนึ่งสำหรับเอเซีย การใช้อำนาจของอเมริกาอย่างไรใน ยูเรเซียนั่นแหละ จะเป็นเครื่องวัดว่า อเมริกาเป็นหนึ่งเดียว ใหญ่สุดในโลกนี้หรือไม่…”
หลังจากพลาดจากการถล่มอิรัก (Iraq) ในปี ค.ศ.2003 ทฤษฎีภูมิศาสตร์การเมือง หมากกระดานชิงโลกของนายแสบ เบรซินสกี้ก็ค่อยๆ ทยอยออกมาให้อเมริกาคิดหนักเช่น จะรบหรือไม่รบกับอิหร่านเรื่องของจอร์เจียและเรื่องท่อส่งน้ำมันบากู–ทบิลิซี- ซีย์ฮาน เรื่องจีนกำลังผงาดเป็นหมายเลขหนึ่งด้านเศรษฐกิจ ทั้งหมดมันเกี่ยวเนื่องกับภูมิศาสตร์การเมืองทั้งนั้น
นายเบรซินสกี้ยังสำทับอเมริกาอีกว่า จะเป็นหมายเลขหนึ่งคุมโลกได้หรือไม่ มันขึ้นกับคุมการไหลเวียนของน้ำมันและก๊าซของโลกได้หรือเปล่า เพราะมันเป็นเส้นเลือดเลี้ยงเศรษฐกิจ เกือบทุกอย่างมันเดินได้ วิ่งได้ อยู่ได้ เพราะน้ำมันทั้งนั้นแหละ ขาดน้ำมันก็เหมือนร่างกายขาดเลือด อยู่ได้ไงหือ ไอ้ที่ไปบุกอัฟกา นิสถาน หรือการพยายามไล่นายชาเวซ (Chavez) ทั้งหมดนี้มันก็เรื่องน้ำมันทั้งนั่นแหละ
หลังจากล่มสลายล้มละลาย ตั้งแต่ปี ค.ศ.1998 รัสเซียก็ก้มหน้าก้มตากู้เศรษฐกิจประเทศ ภายใต้การปกครองอย่างเข้มงวดของคุณพี่ปูตินในฐานะประธานาธิบดี มันก็ตลกดีนะ ขณะที่อเมริกาพยายามจะขยี้รัสเซีย แต่ตัวเองเดินหมากผิดไป บุกเข้าไปขยี้ซัดดัมในอิรัก นึกว่าเกมสั้น ดันต้องเล่นเกมยาว ส้มก็เลยหล่นใส่คุณพี่ปูติน ขายน้ำมันได้เพิ่มขึ้น ใช้หนี้ IMF หมด และสามารถสร้างกองทุนสำรองเงินตรา ตปท.ของตนได้ …แบบนี้นักล่าก็จุกสิ… อย่างนี้มันเสียหายหลายต่อ เดินผิดตาเดียว ทำให้ศัตรูคู่แข่ง เงยหน้าอ้าปาก แถมยังมีท่าว่ากล้ามจะแข็งขึ้นด้วย รัสเซียเริ่มเงยหน้าขึ้นมามองโลกได้อีกครั้ง แน่นอนมันยิ่งทำให้อเมริกาเจ็บกระดองใจหนักเข้าไปอีก
หลังจากเงยหน้าอ้าปากได้คล่อง รัสเซียก็เริ่มสร้างอิทธิพลของตนเอง ไม่ใช่โดยการใช้อาวุธ แต่ใช้น้ำมันและก๊าซ ที่ตนเองมีอยู่เต็มเป็นอาวุธ ตามหลักภูมิศาสตร์การเมืองบ้าง… นึกว่าจะเล่นเป็นข้างเดียวหรือไง… คุณพี่ปูตินรู้ว่า ถ้ารัสเซียไม่ขยับ และตัดสินใจแบบเฉียบขาด …ไม่นานหรอก รัสเซียก็จะโดนรุมล้อมกรอบ นำโดยอเมริกาเหมือนเดิม
ขณะเดียวกัน ที่แดนมังกร อาเฮียแม้จะทำมาค้าขึ้น แต่ถ้ายังต้องพึงน้ำมันคนอื่นเขาหายใจแบบนี้ อาเฮียก็ขึ้นเป็นหมายเลขหนึ่งยาก และเขาว่าอาเฮีย ยังไม่มีลูกระเบิดนิวเคลียร์ เอาไว้ขู่ชาวบ้าน ว่าอย่าเข้ามานะ เดี๋ยวอั๊วระเบิดตูมเลย แต่เรื่องแบบนี้มันซ้อนซ่อนกันอยู่ ดูไปก่อนครับ อย่าเพิ่งประมาทหน้าอาเฮีย อาจจะแอบมีซุกอยู่ ลูก 2 ลูกก็ได้ ฮา …แต่น้ำมันน่ะ อั๊วม่ายมีจริงๆ แต่ไม่เป็นไร อาเฮียมีของดีอย่างอื่นแอบอยู่อีก วันหลังจะขยาย คราวนี้ถ้าพี่ปูเล่นพร้อมกับอาเฮีย สงสัยจะได้เห็นนักล่า ตา เหลือก หงายท้อง นอนแน่นิ่ง!
รัสเซียของคุณพี่ปูติน (โปรดสังเกตผมเรียกคุณพี่เลยน่ะ ชื่นชมในความใจถึงของแก) เป็นอำนาจเดียวที่สามารถต่อกรกับอเมริกาในเรื่องของระเบิดนิวเคลียร์ได้ (ในขณะนี้ !?) และมีโอกาสที่จะขึ้นแท่นเป็นหมายเลขหนึ่งครองโลกได้เหมือนกัน… ถ้าประเทศในยูเรเซียรวมกัน มีจีน, รัสเซีย รวมทั้งรัฐต่างๆ ในยูเรเซีย ก็สามารถทำให้อเมริกากลืนน้ำลายไม่คล่อง คอฝืดแล้ว นี่ถ้าบวกเอากลุ่มเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้(Shanghai Cooperation Organization) ที่เริ่มจับมือกัน เมื่อปี ค.ศ.1988 ถึง ค.ศ.2001 ซึ่งจีนกับรัสเซียจับมือกันเป็นคู่แรก ทำสัญญาให้ความร่วมมือด้านความมั่นคงด้วยกัน และมีรัฐเพื่อนบ้านคาซัคสถาน, ทาจิกิสถาน (Tajikistan) และอุซเบกิสถาน รวมด้วยแล้ว อเมริกาคงยิ่งกว่าตาเหลือก หงายท้อง คราวนี้ มีสิทธิร่วง ผล็อยหล่นจากแท่นหมายเลขหนึ่ง
อเมริกาทำตัวเป็นหมูปากเหล็ก ไม่ยอมรับว่า ไอ้ที่พยายามถล่มสหภาพโซเวียต ทลายกำแพงเบอร์ลิน (Berlin) เมื่อปี ค.ศ.1991 น่ะ จริงๆ แล้ว เป็นแผนการทำลายสหภาพโซเวียต เพื่อจะได้เข้าไปครอบ ครองขุมทรัพย์น้ำมันและก๊าซมหึมาแถวนั้นมากกว่า …จะให้บอกตรงๆ ได้ยังไง แต่ชาวโลกก็ไม่ได้ซื่อบื้อไปซะหมดหรอกนะ หมากแต่ละตัวที่อเมริกาขยับน่ะ คนอ่านออก เล่นเป็น เขาก็รู้กันทั้งนั้น
หลังจากทลายกำแพงเบอร์ลิน จนสิ้นซาก 4-5 ปี หลังจากนั้น อเมริกาก็ค่อยๆ หลอกล่อ เก็บรัฐเล็กรัฐน้อยที่เคยอยู่ในสหภาพโซเวียต ย้ายเอามาสังกัดสหภาพยุโรปแทน แค่นั้นไม่พอเพราะยังคุมไม่ถนัดมือ เอาเข้ามาอยู่กับนาโตเสียด้วย เพราะนาโตก็คือหุ่น ภายใต้การชักใยของอเมริกานั่นแหละ ใครบ้างล่ะ ที่เสียท่าถูกลวงหลอกล่อ ถึงปี ค.ศ.2004 โปแลนด์, เชค, ฮังการี, เอสโธเนีย, ลัตเวีย, ลิธัวเนีย, บัลแกเรีย, โรมาเนีย, สโลวาเกีย และสโลเวเนีย ก็ตกอยู่ในอ้อมแขนของนาโตเรียบร้อย และตอนนั้นจอร์เจียก็กำลังต้วมเตี้ยมขัดสีฉวีวรรณ เตรียมเดินแถวตามเข้ามา