แฟรงค์ คาร์ลุชชี่ นี่ดังมาก เป็นศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยพรินสตัน (Princeton) และฮาร์วาร์ด (Harvard) เป็นลูกหม้ออยู่ภาครัฐบาลในตำแหน่งใหญ่ๆมาตลอด ทำงานมาตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีนิกสัน จนขึ้น มาเป็นรองผู้อำนวยการซีไอเอในสมัยรัฐบาลจิมมี่ คาร์เตอร์ และเป็นรัฐมนตรีกลาโหมสมัยรัฐบาลเรแกนว่าซะ 3 รัฐบาลเลย เรียกว่า พี่แฟรงค์ตีนเหนียวไม่แพ้ตุ๊กแก
ประวัติพี่แฟรงค์ ก็แสนโชกโชน เหมือนพระเอกหนังฮอลลีวู้ด หรือผู้ร้ายไม่แน่ใจ
พี่แฟรงค์ เป็นทหารก่อนจะมาคลุกคลีกับการเมือง โดยเริ่มเข้าไปอยู่กระทรวงต่างประเทศ และไปประ จำอยู่คองโก ในตำแหน่งเลขาสถานทูตหมายเลข 2 ซึ่งเป็นตำแหน่งหน้าฉาก หลังฉากของจริงเป็นเจ้าที่ซีไอเอ เมื่อลูมุมบ้า นายกรัฐมนตรีคองโกถูกฆ่าตาย ข่าวลือว่า เป็นฝีมือของซีไอเอและพี่แฟรงค์เป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยว่าร่วมลงมือปฏิบัติการนี้
เมื่อมีคนทำหนังเรื่องลูมุมบ้า (Lumumba) ที่กำกับโดย ราอูล เพค (Raoul Peck) ไปออกฉายและมีการเอ่ยถึงชื่อเขาในหนัง พี่แฟรงค์ ยื่นฟ้องให้ศาลสั่งให้ลบชื่อเขาออกในการฉายหนังเรื่องนี้ในอเมริกา พี่แฟรงค์ชนะในการฟ้อง
ต่อมาเมื่อ HBO เอาหนังเรื่องนี้ออกฉาย ทุกครั้งที่มีการเอ่ยชื่อ แฟรงค์ คาร์ลุชชี่ จะมีเสียงบี๊บๆ… แทน
ภายหลังมีรายงานการประชุม ของสภาความมั่นคงแห่งชาติของอเมริกา National Security Council (NSC) ปี ค.ศ.1960 ซึ่งรัฐต้องนำมาเปิดเผย ให้เป็นเอกสารสาธารณะ หลังจากพ้นกำหนดต้องห้ามตามกฎหมายแล้ว รายงานนั้นยืนยันว่า ประธานาธิบดีไอเซนฮาวเออร์ เป็นผู้สั่งให้ซีไอเอเก็บลูมุมบ้าโดยเจ้า หน้าที่ ที่บันทึกการประชุมโรเบิร์ต เอช จอห์นสัน (Robert H. Johnson) ได้ให้การยืนยันต่อคณะกรร มาธิการของรัฐสภา ด้านข่าวกรอง ในปี ค.ศ.1975
คุณแฟรงค์ บี๊บ เป็นเพื่อนรักกับไอ้เหยี่ยวกระหายเลือดอีกตัว โดนัลด์ รัมเฟลด์ (Donald Rumsfeld)และเป็นไอ้เหยี่ยวที่อยู่ในก๊วนของคุณพ่อบุช ที่ชักชวนให้คุณบี๊บ มาคลุกในการเมืองด้วยกัน เขาเป็นหนึ่งในคณะดูแลโครงการครองโลกของอเมริกา Project of the New American Century (PNAC) และเขาเป็นทรัสตีของ Rand Corporation ถังความคิดของรัฐบาลอเมริกา ด้านความมั่นคงและการ ทหาร และเป็นคนตั้งหน่วยงานที่ทำหน้าที่วางนโยบายของตะวันออกกลาง ให้กับ Rand ด้วย นับว่าคุณบี๊บเขาโชกโชน สมจะเอามาใช้จริงๆ
ในช่วงที่คุณแฟรงค์ บี๊บ มาดูแลธุรกิจของคาร์ไลล์ กรุ๊ป เขาซื้อ 3 บริษัทที่มีความชำนาญทางด้านนิว เคลียร์ เคมีและการสร้างพิษด้วยชีวภาพ (บริษัท Magnetek, IT Group และ EG & G Technical Services) หลังจากนั้น ก็ซื้อ BDM International ซึ่งเป็นบริษัทที่เกี่ยวโยงกับ ซีไอเอ ตามมาด้วยการซื้อ วินเนล วินเนล ซึ่งเป็นบริษัทแรกๆ ที่รับจัดหาอาวุธ และทหารรับจ้าง หรือที่เรียกกันว่า private contractor ต้นแบบของบริษัทน้ำดำ (Blackwater) ที่โด่งดัง
วินเนล ตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1931 นั่นมันก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เชียวนะครับโดยเริ่มรับงานเป็นบริษัทก่อสร้าง โดยเฉพาะสร้างถนนฟรีเวย์ ต่อมาก็ขยายงานเป็นสร้างสนามบิน เลยทำให้คุ้นเคยกับกองทัพ หลังจากนั้นก็รับงานทุกอย่างจากกองทัพ เริ่มจากรับงานส่งเสบียง ให้แก่กองทัพของเจียงไคเช็ค เพื่อไปสู้รบกับฝ่ายจีนคอมมิวนิสต์ แล้วก็เลยรับไปถึงงานสร้างสนามบินให้กองทัพอเมริกัน ในปากีสถาน โอกินาวา ไต้หวัน รวมทั้งในแดนสยามของเราและเวียตนามใต้ ในช่วง ค.ศ.1950 ถึง ค.ศ.1960 กว่าๆ
ช่วงนี้เองที่ วินเนล สนิทกับซีไอเอ จนแทบจะกลายเป็นหน่วยงานหนึ่งของซีไอเอ หรือเป็นจริงๆ ก็ไม่รู้ คราวนี้ วินเนล เลยสนุกใหญ่ ถึงขนาดไปรับช่วงปฏิบัติการแทนซีไอเอในอาฟริกา และตะวันออกกลางวินเนล ทำตัวน่ารักอย่างนี้ ซีไอเอเลยจัดการให้งานก่อสร้าง คลังน้ำมันที่ลิเบีย และอิหร่านเป็นของแถม
การขยายงานด้านปฏิบัติการ หรือจะเรียกว่านักรบรับจ้างนั้น วินเนล เริ่มจากสงครามเวียตนาม โดยมีกำลังพลถึง 5,000 คนแล้วในช่วงนั้น ปี ค.ศ.1975 เอกสารของเพนตากอน เรียก วินเนล ว่า “Our own little mercenary army in Vietnam”
การรับงานทหารรับจ้างน่าจะไปได้สวย รัฐบาลอเมริกันจึงจัดการให้วินเนล ทำสัญญากับซาอุดิอาระเบีย ตั้งเป็นบริษัท วินเนล อาราเบีย (Vinnell Arabia) รับจ้างฝึกอบรมให้กับกองกำลังรักษาพระองค์ของกษัตริย์ ฟาฮัด (Fahd) แห่งซาอุดิอาระเบีย รวมทั้งทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้กษัตริย์จากประชา ชนของตัวเอง ที่ออกมาประท้วงไม่พอใจกษัตริย์ …รวมทั้งไปร่วมรบในช่วงสงครามอ่าวด้วย ช่วงนั้น นักรบของ วินเนล รบเคียงบ่าเคียงไหล่ เหมือนกับเป็นกองทัพของซาอุดิอารเบียเลยทีเดียว เขาว่ากองกำลังรักษาพระองค์กษัตริย์ซาอุที่ วินเนล ฝึกและดูแลนั้น ฝีมือเยี่ยมมาก และมีมากกว่า 7 หมื่นคน
มื่อบาห์เรนเกิดคลื่นใต้น้ำตามอาหรับสปริง ในปี ค.ศ.2011 กษัตริย์ซาอุก็แบ่งกองกำลังที่วินเนล ฝึกไว้ ส่งไปดูแลกษัตริย์บาห์เรน ที่ถือว่าเป็นกระเป๋งซี้ของเจ้าพ่อซาอุ ด้วย
ทุกวันนี้ วินเนล ก็ยังทำงานให้ซาอุดิอาระเบียเหมือนเดิม อย่างเงียบเชียบ
ไม่รู้ว่าเมื่อต้นปี ที่มีข่าวว่าเจ้าพ่อจิ้งหรีด เตรียมพร้อมที่จะส่งทหารเข้าไปในซีเรียนั้น และมีข่าวออกมาว่า กองทัพซาอุแท้ที่ไหนกัน ก็ทหารรับจ้างทั้งนั้น ก็เป็นไปได้ว่า กองทัพที่จะไปบุกใครในตะวันออกกลาง อาจจะเป็น วินเนลและเพื่อนก็ได้
ลูกค้าของ วินเนล ไม่ได้มีแค่ซาอุดิอาระเบีย ซึ่งเป็นรายใหญ่ที่สุด แต่มีผู้ใช้บริการตั้งแต่เม็กซิโก มาถึง
ตะวันออกกลาง และเลยมาถึงมาเลเซีย รายหลังนี่ น่าข้องใจ …
ตกลงการไปร่วมโปรโมทธุรกิจของคาร์ไลล์ กรุ๊ป นี่ มันดีหรือมีประโยชน์กับบ้านเรา และเป็นเรื่องน่าชื่นชมไหม ผมต้องขอขมาใครไหมครับ
คุณแฟรงค์ บื๊บ คัดท้ายคาร์ไลล์ อยู่เกือบ 14 ปี เป็นช่วงที่บุชพ่อลูก ตั้งหน้าตั้งตาสร้างแต่สงครามอย่างหิวกระหาย คาร์ไลล์เลือกเอาอดีต รมต.กลาโหม บวกซีไอเอ มาดูแลธุรกิจก็เหมาะสมดี
ต่อมาเมื่อธุรกิจสงคราม ถูกชาวบ้านทั้งในและนอกอเมริกาด่าเช็ด คาร์ไลล์ ก็แสดงท่าทีว่าจะเปลี่ยนแนวการทำธุรกิจด้วย โดยเลื่อนคุณแฟรงค์ บื๊บ ขึ้นไปเป็นตำแหน่ง ประเภทประธานกรรมการเกียรติคุณ อะไรทำนองนั้น
แล้วก็ไปเอา หลุยส์ วี เกิร์สต์เนอร์ จูเนียร์ (Louis V. Gerstner Jr.) อดีตประธานกรรมการ IBM มาเป็นหัวหน้าคนทำงานแทน ในปี ค.ศ.2003
อยู่ๆ เหมือนคาร์ไลล์ กรุ๊ป จะหันมาสนใจงานด้านไอที โลกไซเบอร์ ไม่รู้เป็นเรื่องจริง หรือป้ายลวง….