แด่นักรบเงา ที่เสียสละแม้ชีวิต
เพื่อรักษาบ้านเมืองที่รักของเรา

Search

เล่ม 3 ‘เหยื่อ’

ไม่ตกสะเก็ด

ตอน 9

นักประวัติศาสตร์บอก ญี่ปุ่นเปลี่ยนนิสัยจากการชอบอยู่สันโดษ เป็นการชอบออกล่าเหยื่อ ตั้งแต่อเมริกาเอาเรือรบมาขู่เอาไมตรี ในปี ค.ศ.1856 และทำให้ญี่ปุ่นเริ่มขบวนการปฏิรูปราชวงศ์เมจิ (Meiji Restoration) นักประวัติศาสตร์บอก เรื่องนี้ก็ไม่แปลกอะไร ในเมื่อช่วงนั้นใครที่แข็งแรง ก็อยากเป็นนักล่ากันทั้งนั้น แต่นิสัยก้าวร้าวที่เริ่มมีให้เห็นตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ.1931 และกลายมาเป็นรุกรานอย่างโหดเหี้ยมเมื่อปี ค.ศ.1937 นี่ล่ะ… มันมาจากไหนกันแน่

เมื่อญี่ปุ่นเริ่มปฏิรูปประเทศ บรรดามือที่ปั้นญี่ปุ่นขึ้นมาใหม่ แม้จะเห็นพ้องว่า ญี่ปุ่นต้องพัฒนาประเทศให้ก้าวทันตะวันตก เพื่อไม่ให้ตกเป็นเบี้ยล่างตะวันตกอีกนั้น แต่ก็มีรายละเอียดบางอย่างต่างกัน และในที่สุดก็แบ่งความเห็นเป็น 2 ฝ่ายชัดเจน

ฝ่ายหนึ่งบอก เราต้องเป็นญี่ปุ่นแบบ “rich country, prosperous people” ประเทศมั่งคั่ง ประชาชนร่ำรวย

อีกฝ่ายหนึ่งบอกว่า ไม่ใช่ เราต้องเป็นญี่ปุ่น แบบ “rich country, strong army” ประเทศมั่งคั่งกองทัพแข็งแกร่ง”

ทั้ง 2 ฝ่าย ต่างโต้แย้ง คัดค้าน และชิงอำนาจการปกครองประเทศกันมาตลอด

ในช่วงแรกฝ่ายแรกดูเหมือนจะมีคะแนนนำ และดูเหมือนเป็นช่วงที่ ญี่ปุ่นมีพี่เลี้ยง หรือมือที่ชักใยชื่อ อังกฤษ …เกือบทุกเส้นรุ้งเส้นแวงในญี่ปุ่น เห็นอังกฤษเป็นยิ่งกว่าเทพเจ้า …ไม่เว้นแม้แต่ในวังจักรพรรดิ… ที่รัศมีของนักล่าจากเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ แผดแสงแรงนัก… ในสายตาของญี่ปุ่น อังกฤษเป็นผมทองตาน้ำข้าว ที่ไม่ว่าจะกระดิกอะไร มันแสดงถึงความเป็นศิวิไลซ์ของมนุษยชาติไปเสียทุกเรื่อง ญี่ปุ่นที่กำลังอยากเท่าเทียมตะวันตก ก็มีแต่จะตามลอกเลียนแบบ ด้วยความเคารพอย่างสูงเท่านั้นเอง

เมื่อโชกุนแห่งโตกุกาวา (Tokugawa) คนสุดท้าย (ถูกซามูไรพาดคอให้) ลาออกจากตำแหน่ง ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.1867 บรรดานายพลและกองทัพของโชกุนก็สิ้นสภาพ แล้ววันที่ 2 มกราคม ค.ศ.1868 กองทัพจาก 5 แคว้นของญี่ปุ่น สะสุมะ (Satsuma), โตสะ (Tosa), ฮิโรชิมา(Hiroshima),อิชิเซ็น (Echizen) และโอวาริ (Owari) ที่นำโดยกลุ่มบุคคล ที่ต้องการปฏิรูปญี่ปุ่นก็เข้ามาล้อมวังของจักรพรรดิ และให้แต่พวกที่ต่อต้านโชกุน แต่สนับสนุนจักรพรรดิ ผ่านเข้าไปในวังได้เท่านั้น และพวกเขาก็เริ่มศักราชแห่งการปฏิรูป (Meiji Restoration) โดยการตั้งหนุ่มน้อยอายุเพียง 14 ปี….ขึ้นเป็นจักรพรรดิมัตสุฮิโต (Matsuhito)

2 เดือนต่อมา เซอร์แฮรี่ ปาร์ก (Harry Parke) ที่อังกฤษส่งมาเป็นตัวแทน นั่งเรือด่วนใช้เวลาเดินทาง 2เดือน เพื่อมาเข้าเฝ้าจักรพรรดิใหม่เอี่ยม ที่เพิ่งแกะออกจากกล่อง อังกฤษนับเป็นชาวต่างชาติประเทศแรก ที่สายตายาวไกล ลงทุนลงแรง เดินทางมาเข้าเฝ้าจักรพรรดิคนใหม่ หลังจากนั้นฝรั่งเศสและดัชท์ก็ตามมาติดๆ ก่อนที่จะเสียเปรียบอังกฤษมากเกินไป

หนึ่งปีต่อมาในปี ค.ศ.1869 อังกฤษก็ส่งเจ้าชายอัลเฟรด ดุคก์ ของอะดินเบิร์ก (Alfred, Duke of Edinburgh) ในฐานะเป็นกัปตันเรือรบหลวงของอังกฤษ กาลาตี (Galatea) มาเยี่ยมญี่ปุ่นอีก และในปี ค.ศ.1881 อังกฤษก็ส่งเจ้าชายมาอีกชุด คราวนี่เจ้าชายอัลเบิร์ต วิกเตอร์ (Albert Victor) และจอร์จ (George) มาพักที่วังของจักรพรรดิเองเลย …อังกฤษเล่นโอ๋ญี่ปุ่นถึงขนาดนี้ จะไม่ให้ญี่ปุ่นอ่อนเปียกอยู่ในมืออังกฤษได้อย่างไร… ให้ทำอะไร ก็ต้องพร้อม

อังกฤษไม่ได้มองเห็นหมากตัวสำคัญชื่อญี่ปุ่นแต่เพียงรายเดียวเท่านั้น รัสเซียก็มองเห็น และยังเห็นความหวานผิดปรกติของอังกฤษต่อญี่ปุ่น

ในปี ค.ศ.1891 มกุฎราชกุมารรัสเซีย เจ้าชายนิโคลัส เลยต้องแวะมาเยี่ยมญี่ปุ่นเหมือนกัน เป็นประเทศสุดท้าย ของการท่องเอเซียของเจ้าชายครั้งนั้น ระหว่างเจ้าชายนั่งรถลากชมเมืองเกียวโต มีตำรวจญี่ปุ่นชักดาบขึ้นมาคารวะเจ้าชาย หลังจากนั้นก็เอาจ้วงแทง เฉียดคอมกุฎราชกุมารรัสเซียอย่างฉิวเฉียด สงครามญี่ปุ่นกับรัสเซีย… เกือบจะเริ่มเร็วกว่าที่วางแผนไว้ …หลังจากนั้นเจ้าชายนิโคลัสก็เชิญจักรพรรดิมัตสุฮิโต ไปเสวยกลางวันด้วยกัน บนเรือรบของรัสเซีย ท่ามกลางเสียงคัดค้านรอบตัวญี่ปุ่นไม่มีทางเลือก ต้องไปตามคำเชิญ แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น …รายการวัดใจรุ่นใหญ่ เล่นกันได้สมกับตำแหน่ง

แต่ดูเหมือนรัสเซียจะไม่ได้ใจญี่ปุ่น อย่างที่อังกฤษได้ น้ำตาลรัสเซียถ้าจะหวานไม่พอ

หลังจากนั้นก็มีข่าวว่า รัสเซียตัดสินใจจะสร้างทางรถไฟสายทรานส์ไซบีเรีย

ญี่ปุ่นกลัวว่า รัสเซียกำลังมุ่งลงใต้มาเอาแหล่งน้ำจืดที่แมนจูเรียและเกาหลี

ส่วนอังกฤษก็มองว่า รัสเซียกำลังขยายอำนาจลงมาทางใต้ผ่านเกาหลีเพื่อจะมาแซะจีน… แบบนี้ ทั้งอังกฤษและญี่ปุ่นจะปล่อยให้ทางรถไฟของรัสเซียเกิดขึ้นไม่ได้ …ญี่ปุ่นจะต้องยึดเกาหลีมาให้ได้เสียก่อน… แล้วญี่ปุ่นก็บุกเกาหลีในปี ค.ศ.1895

ผลการยึดเกาหลี ได้ทำให้พวกฝรั่งต่างมองญี่ปุ่นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป รัสเซีย เยอรมัน และฝรั่งเศส พากันประท้วงให้ญี่ปุ่นคืนแมนจูเรีย ญี่ปุ่นยังไม่แน่ใจในแรงหมัดของตัว เลยตกลงปล่อยมือที่คว้าแมน จูเรียออกไปก่อน

เรื่องนี้ทำให้อังกฤษหงุดหงิด เสียแผนที่วางไว้ จึงจับญี่ปุ่นมาทำสัญญาในปี ค.ศ.1902

ทั้งเรื่องการรบชนะเกาหลี ตีจีนกระเจิง และทำให้อังกฤษมาทำสัญญากับญี่ปุ่น ทำให้ฝ่ายที่ต้องการสร้างกองทัพให้เข้มแข็ง… เริ่มมีคะแนนแซงหน้า ฝ่ายที่ไม่เอากองทัพ…. และนโยบายของญี่ปุ่นก็ยิ่งเปลี่ยนจากเป็นผู้รักสันโดษไกลออกไปทุกที

อันที่จริงในญี่ปุ่น ผู้ที่ไม่สนับสนุนให้ญี่ปุ่นสร้างกองทัพอย่างออกนอกหน้าคือ นายทากาฮาชิ โกเรกิโยะ(Takahashi Korekiyo) ถ้ายังจำกันได้ จากนิทานเรื่องต้มข้ามศตวรรษ เขานั่นแหละ เป็นคนที่ต้องไปทำหน้าที่หาเงินกู้มาให้ญี่ปุ่นรบรัสเซีย และเป็นคนที่ “บังเอิญ” ไปนั่งข้างเจคอบ ชิฟฟ์ คนจัดการหาเงิน กู้ให้ญี่ปุ่นไปรบรัสเซีย โลกก็แสนจะกว้างใหญ่… แต่ทำไมหลายเรื่อง หลายคน มันมาชนกันอย่างไม่น่าเชื่อ

Scroll to Top