แด่นักรบเงา ที่เสียสละแม้ชีวิต
เพื่อรักษาบ้านเมืองที่รักของเรา

Search

เมื่อตอนที่ทั้ง 3 ท่านจากภาครัฐคือ ท่านเฮนรี่ ท่านเบน กับท่านทิม เรียกผู้ยิ่งใหญ่จากสวนสัตว์วอลสตรีท มาประชุมที่ห้องประชุมใหญ่ของเฟด นิวยอร์ก เกี่ยวกับเลห์แมน บราเธอร์ ในช่วงวันที่ 12, 13กันยายน ค.ศ.2008 ซึ่งผลการประชุมสรุปว่า ไม่มีใครเข้ามาอุ้มเลห์แมน ไม่ว่ารัฐหรือเอกชน และเลห์แมนก็ถูกตัดเชือกหล่นลงมาแหลกนั้น ในขณะเดียวกันก็มีเรื่องใหญ่มาก ผุดขึ้นมาอีกเรื่อง แต่คนทำงานแถวเฟด ปิดปากกันแน่น …

เขาว่า ยักษ์ใหญ่ที่สุดแห่งวงการประกันคือ American Insurance Group หรือ AIG ก็กำลังอาการหนัก และผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด มัวริส อาร์ กรีนเบิร์ก (Maurice R. Greenberg) หรือ (Hank) แฮงก์

กรีนเบิร์ก ที่เป็นเพื่อนรักของท่านร้อกกี้ หินร่วง ก็กำลังเครียดหนัก แต่คนที่เครียดไม่น้อยกว่า กรีน เบิร์ก น่าจะเป็นท่านเฮนรี่… ที่ดูเหมือนจะเครียด เรื่อง AIG มากกว่าเรื่องของเลห์แมน อย่างเหลือเชื่อ 

เขาว่า อันที่จริงแล้ว ไอ้วันประชุมเมื่อวันที่ 12,13 กันยานั้น มีคนสำคัญ 2 รายไม่เข้าประชุมด้วย

คนหนึ่งคือ ลอยด์ ซี แบลงค์ฟายน์ (Lloyd C. Blankfein) คนที่ขึ้นมาเป็นหัวหน้าหมายเลขหนึ่งของ โกลด์แมนแซค แทนท่านเฮนรี่ ที่ไปขึ้นเสลี่ยง ที่ไอ้คาวบอยบุช ส่งให้ไปแบกเอามาเป็นรัฐมนตรีคลัง ส่วนอีกคนนั้นคือ ตัวท่านเฮนรี่เอง… อ้าว เรียกคนอื่นเขามาประชุม แต่ตัวเองหายหัวไปไหน

ไม่ได้หายไปไหนหรอก จิ้งจกแถวเฟด รายงานว่า หมายเลขหนึ่งเก่ากับหมายเลขหนึ่งใหม่ของโกลด์แมน แอบมานั่งหน้าเครียดประชุมกันเอง 2 คน อยู่แถวนั้นนั่นแหละ แต่ไม่บอกให้ใครรู้ แถมยังมาประชุมกันต่อ ในวันจันทร์ที่ 15 กันยายน ค.ศ.2008 อีกด้วย

มีหลายคนยังไม่รู้ว่า โกลด์แมน ที่แข็งแกร่งที่สุดของสวนสัตว์วอลสตรีท ชนิดใครคิดจะมาคว่ำ เป็นหน้าหงาย หลังหักกลับกันไปหมดนั้น เขาเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของ AIG

และถ้า AIG เกิดมีอันเป็นไป โกลด์แมนจะสูญทันทีถึง 20,000 ล้านเหรียญ ฮู้ย..ขนลุก

ท่านเฮนรี่ อาจจะตัดใจ ตัดเชือกปล่อยเลห์แมนให้ตกจากหน้าผาได้ไม่ยาก แต่เรื่อง AIG …สงสัยท่านเฮนรี่ จะไม่กล้าแม้แต่จะคิด ขืนจัดการเรื่อง AIG ไม่ได้ โกลด์แมน บ้านเก่าแหล่งทำเงินของตัว ก็อาจจะตกหน้าผา ตามเลห์แมนไปด้วย

แต่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของโกลด์แมนออกมาบอกว่า โกลด์แมนไม่เดือดร้อนอะไรมากนักหรอกกับปัญหาของ AIG น่ะ ที่นายแบลงค์ฟายน์ Blankfein ไปประชุมที่เฟด ก็เพราะจะไปร่วมกันคิดแก้ไขปัญหาระบบการเงิน ไม่มีอะไรเกี่ยวกับผลประโยชน์โดยตรงของโกลด์แมนเสียหน่อย อย่าใส่ความกันเลยน่า
แต่ข่าววงใน เขาว่า ท่านเฮนรี่ ลงทุนทำทุกอย่าง ถึงขนาดใกล้จะคุกเข่า ขอให้ คุณนายแนนซี เปโลซี(Nancy Pelosi) ท่านประธานรัฐสภา (ในขณะนั้น) หญิงมีฤทธิ์อีกคนของอเมริกา ประกาศสนับสนุนให้รัฐสภาอนุมัติ มาตรการช่วยเหลือแก่สถาบันการเงิน ที่ได้รับความเสียหายจากวิกฤติซับไพรม์ด่วนที่สุด (และ AIG ก็ได้รับเงินช่วยเหลือจากเฟดไป 85,000 ล้านเหรียญ ในรอบแรก)

อ้าว AIG เป็นพวกประกัน ไม่เห็นเกี่ยวกับเฟด ที่ดูแลระบบสถาบันการเงินเลยนี่หว่า มีคนโวย… ที เลห์แมนให้ล้ม แต่ดันจะอุ้มประกันที่ไม่เกี่ยวกับเฟด… วุ้ย ยังงี้คนก็งงกันตาย เล่านิทานมั่วหรือเปล่านะลุง… ไม่นะ แต่ลุงก็มึนครับ

เขาว่ากันว่า เรื่องเงินกู้ซื้อบ้าน หรือวิกฤติซับไพรม์นั้น ไอ้ตัวเชื้อโรคร้ายมันมาจาก derivatives ตราสารข้าวต้มมัด CDO จนไข้ขึ้นสูงกันเป็นแถว แต่ที่ถึงขนาดหามเข้าไอซียู น่ะ เขาว่า เพราะมันเจอไวรัส CDS ซ้ำเข้าไปด้วยต่างหาก

คนซื้อข้าวต้มมัด ส่วนใหญ่เพราะมีการรับประกันอีกต่อ ถ้าใครเจ๊ง ใครไม่จ่าย บริษัทที่รับประกันข้าว ต้มมัด จะเป็นผู้จ่ายให้แทน ตามการประกันแบบ credit defaulted swap (CDS) …(ใครยังงง ช่วยกลับไปอ่านตอน 2 นะครับ)

ในกรณีของ AIG นั้น เชื้อไวรัส CDS เริ่มเพาะขึ้นจากหน่วยงานเล็กๆ ของ AIG ที่ลอนดอน ที่มีคน ทำ งาน เพียง 377 คน แต่ทำรายได้ให้ AIG อย่างมหาศาล จนทุกคนลืมมอง หรือมองข้ามความเสี่ยง ที่อาจทำให้บริษัทประกันที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่มีคนทำงานทั้งหมด 116,000 คน และมีสำนักงานใน 130ประเทศ เกือบจะทำให้ตัวเองล้ม รวมทั้งพาเอาธุรกิจการเงิน และไม่ใช่การเงิน ฉิบหายลามออกไปอีกไกลนอกสวนสัตว์วอลสตรีทเอาเสียด้วย

หน่วยงานที่ขายประกันเกี่ยวกับ “สินค้าการเงิน” ที่สาขาลอนดอนของ AIG ชื่อ AIG Financial Products หรือ AIGFP ดูเหมือนจะมีความเป็นเอกเทศอย่างมาก ทุกอย่างอยู่ในความดูแลของ โจเซฟ เจ คาสซาโน่ (Joseph J. Cassano) แค่นั้น

คาสซาโน่ เคยทำงานที่ Drexel Burnham Lambert ที่ดังมากในยุค ค.ศ.1980 จากการขายพันธบัตรชั้นเลว junk bond ของ ไมเคิล อาร์ มิลคิน (Michael R. Milken) ตอนหลังนายคนนี้ โดนฟ้องคดี อาญา 6 คดี ซึ่งศาลพิพากษาว่าเขาผิดทั้ง 6 คดี

หน่วยงานของคาสซาโน่ทำรายได้ดีเหลือเกิน จนมีข่าวลือว่า เขาเป็นตัวเก็งที่อาจจะขึ้นมารับตำแหน่งประธานผู้บริหารของ AIG แทน มัวริส อาร์ กรีนเบิร์ก (Maurice R. Greenberg) ที่อยู่ในตำแหน่งนี้มานาน จนผู้คนแยกไม่ออก นึกถึง AIG ต้องนึกถึงกรีนเบิร์ก พูดถึงกรีนเบิร์ก ก็หมายถึง AIG ด้วยทำนองนั้น แต่ไม่นานมานี้เอง กรีนเบิร์กก็ต้องลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าใหญ่ เพราะมีข่าวเกี่ยวกับการแต่งบัญชี..อือหือ ข้อมูลแต่ละเรื่อง เกี่ยวกับ AIG นี่มันสะแด่วแห้วจริงๆ

แต่แล้วในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.2008 คาสซาโน่ก็ลาออกจาก AIGFP หลังจากที่ หน่วยงานนี้เกิดขาดทุนอย่างหนัก และผู้สอบบัญชีบอก มีปัญหาในการประเมินมูลค่าของสินทรัพย์ของหน่วยงานนี้ แสดงว่า มันคงซับซ้อนเหลือจะทน และในวันที่ 15 กันยายน ค.ศ.2008 วันเดียวกันกับที่เลห์แมนล้มแน่นิ่งนั้น เจ้าหนี้ของ AIG ก็ขอให้ AIG นำหลักประกันมาวางเพิ่มจำนวน 15,000 ล้านเหรียญ…

นี่ก็น่าจะเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้ท่านเฮนรี่ ไม่มีเวลานั่งปลอบประโลมยักษ์ใหญ่รายอื่น ในสวนสัตว์วอลสตรีท

คาสซาโน่ วัย 53 อยู่ทาวน์เฮาส์ 3 ชั้นอย่างหรูมาก แถวไนท์บริดจ์ (Knightsbridge) ถิ่นคนรวยของลอนดอน ที่มีสวนส่วนตัวอยู่ด้านหลัง และที่ตรงหัวมุมถนน บังเอิญมีห้างแฮร์รอดส์ (Harrods) ที่โด่งดังไว้ให้ซื้อของใช้ประจำบ้าน ไม่ต้องเดินไกลให้เมื่อย

เมื่อมีข่าวเกี่ยวกับ AIGFP นายคาสซาโน่ ไม่ให้สัมภาษณ์ เขาออกจากทาวน์เฮาส์หรู ไปกับทนาย ซึ่งสื่อติดต่อไม่ได้ และประชาสัมพันธ์ของ AIG ก็ปฏิเสธ ที่จะให้ความเห็นใด …ข้อความแบบแจกโรเนียวเลย

เมื่อตอนอยู่ที่ AIGFP หน่วยงานเล็กๆของ คาสซาโน่หลบมุมจากสายตา และการรับรู้ของคนภายนอก ที่รู้จัก AIG แต่ในชื่อเสียงว่า เป็นผู้ให้ประกันรายใหญ่ของโลก เกี่ยวกับภัยพิบัติ ไปจนถึงความตาย มีการดูแลทรัพย์สินของผู้เอาประกันอย่างดี และบริการชั้นยอด

เมื่อคาสซาโน่เริ่มลุยตลาดด้านสินค้าการเงินใหม่ ๆ สินค้าที่เขาขายแสนจะธรรมดามากเช่น การรับ ประกันอัตราดอกเบี้ยแบบ swap (การรับประกันความเสี่ยงของอัตราดอกเบี้ยที่อาจเกิดขึ้น จากการเปลี่ยนแปลง ที่มาจากเหตุการณ์ที่คาดเดาไม่ได้ ทางด้านการเงิน มันเป็นการป้องกันความเสี่ยงอย่างหนึ่ง สำหรับการกู้เงิน ที่ใช้อัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว)

แต่ประมาณปี ค.ศ.1998 สินค้าด้านการเงิน เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย มีนักค้าเงินหัวแหลมเปี้ยบ จากค่าย เจ พี มอร์แกน ยักษ์ใหญ่ชั้นนำแห่งสวนสัตว์วอลสตรีท มาหา คาสซาโน่ พร้อมกับความคิด ที่เฉียบอย่างน่ากลัว (จะฉิบหายกันหมด)

ไอ้หัวแหลมบอกว่า… เอางี้มั้ย AIG น่าจะลองคิดรับประกันหนี้ข้าวต้มมัด collateralized debt obligations (CDO)  ที่พวกเราด้านการเงิน ซื้อหนี้พวกนี้มาแยะๆ เช่น หนี้จากพวกรับจำนองบ้าน น่ะ หรือหนี้บัตรเครดิต หนี้ผ่อนรถอะไรก็ได้ …เราเอาหนี้พวกนี้มากองรวมกัน แบ่งเป็นมัดๆ แล้วก็ออกตราสาร ที่มีหนี้พวกนี้เป็นหลักประกัน ขายให้กับนักลงทุน โดยนักลงทุนก็ซื้อ …มันจะขายได้ดีนะ ถ้ามี AIGค้ำประกันเราอีกต่อ …AIG ไม่ต้องเสียเวลาไปทำการตลาด ไปหาลูกค้า ตัดปัญหาไปได้เลย แถมลดค่า ใช้จ่ายไปอีกโข … พวกเราด้านการเงิน จะเป็นคนหาสินค้ามาส่งให้ AIG ถึงหน้าประตูเลยAIG ก็แค่คิดเบี้ยประกัน และเตรียมที่เก็บเงินไว้มากๆหน่อย เพราะมันคงจะได้แยะมากนะ

สิ่งที่ไอ้หัวแหลมเสนอก็คือ ให้ AIG รับประกันข้าวต้มมัดที่พวกมันจะไปขายให้นักลงทุน… เมื่อ AIG เอาด้วย ไอ้คนเอาหนี้มาทำข้าวต้มมัด ก็สบายใจขายข้าวต้มมัดคล่อง เพราะมี AIG รับหน้าไป… AIG ก็คิดว่า ตัวเองไม่มีความเสี่ยง ก็หนี้ที่พวกการเงินซื้อมาทำข้าวต้ม มัด มันมีหลักประกัน มีหนี้ มีคนชำระหนี้ ทั้งนั้นนี่หว่า… เราจะเสี่ยงอะไร ไม่ได้กำลมนี่นะ ที่สำคัญ ไม่มีกฎหมายห้าม และเครดิตระดับ AIG สำหรับการให้ประกันแบบนี้ AIG ไม่ต้องมีหลักประกันความเสี่ยงของตัวลงในบัญชีอีกด้วย บัญชีมันก็ลงแต่เป็นรายรับอย่างเดียว

เฮ้ย… ทำไมมันมีแต่ทางได้กับได้อย่างนี้วะ … ไม่ทำตามที่ไอ้หัวแหลมแนะนำ ก็โง่ตายหง

CDS หรือ credit default swaps ก็เลยเป็น “สินค้าการเงิน” ตัวใหม่ของสวนสัตว์วอลสตรีท แต่ไม่ใช่เกิดจากพวกการเงิน แต่มันเกิดมาจากผสมพันธ์ระหว่าง พวกการเงินกับพวกประกัน มันเลยกลายเป็นลูกครึ่ง ลูกผสมที่คนซื้อประกันเองก็ออกจะงง ทางการก็งง… แต่ไม่เป็นไร ตอนไอ้ลูกผสมออกมาใหม่ๆ ทุกฝ่ายรวยกันจ้ำบ๊ะหมด

AIGFP เอง กำไรโดดจาก 737 ล้านเหรียญในปี ค .ศ.1999 เป็น 3,260 ล้านเหรียญในปี ค.ศ.2005 ตัวคาสซาโน่กับลูกน้องเอง ก็มีค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นเฉลี่ยคนละประมาณ 30-46% ใน 7 ปีที่ผ่านมา AIGFPจ่ายค่าตอบแทนให้พนักงานทั้งหมด เป็นเงินถึง 3,560 ล้านเหรียญ

คาสซาโน่ ประกาศอย่างภาคภูมิใจว่า ลูกค้าของเขามีแต่ชั้นเยี่ยมทั้งนั้น ตั้งแต่ธนาคารเงินฝาก ธนาคารเงินทุน กองทุนบำนาญ มูลนิธิชื่อดัง บริษัทประกันภัย เห็ดฟันทุกขนาด ผู้จัดการกองทุน ผู้ลงทุนส่วนบุคคลขนาดโคตรใหญ่ เทศบาล หน่วยงานของรัฐ และผู้ที่อยู่เหนือรัฐ … แปลว่า เกือบทุกคนที่มีเงินในช่วงนั่น ซื้อตราสารข้าวต้มมัด ที่มี AIG รับประกันเกือบทั้งสิ้น แม่เจ้าโว้ย… มึงเล่นกันได้เก่งจริงๆ

และมันก็น่าแปลกใจและน่าสนใจมากว่า ไอ้การให้ประกันตราสารข้าวต้มมัดนั้น เพราะมันดันเป็นประ กันแบบพันธุ์ผสมคาบลูกคาบดอกหรือยังไง …เลยไม่อยู่ในความดูแลของหน่วยงานไหน… ไม่มีใครมาตรวจสอบ …ไม่อยู่ในกฎกติกาของใคร ไอ้คนคิดนี่มันหัวแหลมจริงๆ… หารูโหว่รอดไปได้เก่งมาก

ว่าไงครับอเมริกา …ที่อ้างตนเองว่า เป็นเจ้าของหลักการทุกอย่างต้องโปร่งใส ทุกอย่างตรวจสอบได้ ตามหลักธรรมาภิบาล ถุด…

เด็กที่เฝ้าเพจนิทานให้ท่านผู้ใหญ่ ที่ชอบอ้างหลักธรรมาภิบาล อย่าลืมก๊อบนิทานเรื่องนี่ไปท่านอ่าน 

เพื่อเปรียบเทียบ ทบทวนพฤติกรรมกันด้วยนะคร้าบ…

เช้าวันจันทร์ที่ 15 กันยายน ค.ศ.2008 เรื่องของ AIG น่าจะเป็นข่าวใหญ่ดังคับโลก แต่บังเอิญถูกข่าวเลห์แมนล้มทับตัวเองกลบเสียมิด

วันจันทร์เดียวกันนั้นเอง AIG ถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือลงอย่างฮวบฮาบ และทำให้ AIG ต้องหาเงินไปใส่บัญชีถึงจำนวน 14,500 ล้านเหรียญ เพื่อเป็นหลักประกันเพิ่มสำหรับจำนวนรับประกันของตัวที่ขยายเพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาบ้านที่พวกนักการเงินเอามาทำเป็นข้าวต้มมัดขายชาวบ้าน หล่นจนข้าวต้มมัดไส้แบนแต๋ เหลือแต่ใบตองห่อ ยังดีที่ไม่เป็นใบตองแห้ง

AIG ยังมีหลักทรัพย์เหลือเฟือที่จะไปขายเอาเงินมาโปะ แต่มันไม่มีทางขายเอาเงินสดจำนวนขนาดนั้นได้ทัน AIG จำเป็นต้องหาเงินให้ได้ภายในวันอังคารที่ 16 กันยายน

เช้าวันอังคารท่านประธานเฟดใหญ่เบน เบอนานเก้ เรียกประชุมด่วนจี๋ หลังจากสั่งให้เจ้าหน้าที่ของเฟด ไปแอบทำการบ้านเรื่องของ AIG อย่างเงียบๆ ในช่วงวันเสาร์อาทิตย์ โดยไม่ให้สื่อรู้ โชคดีของท่านเบน ที่สื่อก็มัวตามดมแต่กลิ่นของเลห์แมนเท่านั้น เลยไม่ได้กลิ่นเน่าของ AIG ที่เริ่มโชยออกมา

ตามรายงานการบ้าน ที่ทำกันเลยไปจนถึงคืนวันจันทร์ ได้ข้อสรุปว่า… แผลของ AIG กว้างและเหวอะลึก เกินกว่าที่พวกสวนสัตว์จะเยียวยากันเองได้ …และขณะนี้กองทุน Primary Fund ของเฟดเองก็ถังแตกไปแล้วประมาณ 62,000 ล้านเหรียญ เพราะต้องเอาไปช่วยผู้ลงทุนของเลห์แมนบางส่วน ท่านเฮนรี่กับท่านทิม ประสานเสียงกันว่า ระบบการเงินของประเทศ และรวมไปถึงอีกหลายแห่งในโลก กำลังจะพังพินาศ เพราะ AIGFP รับประกัน CDS ไว้ มูลค่าทั้งหมดประมาณ 500,000 ล้านเหรียญ …นับตัวเลขถูกไหมครับ…. รัฐจำเป็นต้องเข้าไปอุ้มด่วนที่สุด

เช้าวันอังคาร แผนการระดมทุนจำนวน 75,000 ล้านเหรียญของ AIG ล้มเหลว ทุกธนาคารบอกว่า ลืมไปได้เลย มันไม่มีทางเป็นไปได้ ที่เราๆ จะหาเงินในจำนวนมากขนาดนั้นได้ … รัฐบาล…น่าจะเป็นความ หวังอย่างเดียวของ AIG

ในวันอังคารนั้นเช่นกัน หุ้นของ AIG หล่นมากว่า 20% มันตกลง ทีละ 2 หลักอย่างนี้ ติดต่อกันมา 3 วันทำการแล้ว และตั้งแต่ต้นปีมา หุ้น AIG ตกลงไปทั้งหมด 94 % และทั้งหมด เป็นผลมาจากการขาด ทุนของ AIGFP หน่วยงานเดียวของ AIG….อ้ายย ตายย หินร่วงหมดเลย

บ่ายวันอังคาร คาวบอยบุช พยายามนั่งทำหน้ารู้เรื่อง ระหว่างที่คณะที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของท่านคาวบอยและคณะของท่านเฮนรี่ กำลังรายงาน และถกกันถึงสถานการณ์ด้านตลาดการเงินของประเทศ และมีข้อเสนอสรุปว่า…ถ้าท่านคาวบอยไม่อยากเห็นระบบการเงินของอเมริกาล้มระเนระนาดแบบโดมิโน ซึ่งอาจจะลามไปถึงเศรษฐกิจโลก ก็จงรีบเห็นด้วยกับมาตรการ ที่ทางเฟดกำลังเตรียมไว้ แต่มาตรการดังกล่าว จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา เพราะเรากำลังจะไปเอาเงินภาษีของชาว บ้านตัวเล็กๆ ไปอุ้มยักษ์ใหญ่ ที่กำลังจะล้มเพราะความโลภและความเลว… ประโยคหลังนี่ ผมเขียนเติมเองครับ …แต่ไม่น่าจะผิดความหมาย หรือเกินเลยความจริง

เย็นวันอังคาร หลังตลาดค้าหุ้นปิด AIG ออกแถลงการณ์ ว่าการประกันทั่วไปอื่นๆ ของ AIG และกองทุนบำนาญ ไม่มีปัญหานะ เราสามารถรับผิดชอบภาระของเราได้ และเรากำลังดำเนินการหาเงินทุนหมุนเวียนระยะสั้น เข้ามาเพิ่มจากบริษัทในเครือ และจากตลาดแถบเอเชีย

เย็นวันอังคารเดียวกันนั้น ท่านเฮนรี่และท่านเบน จัดการประชุมด่วน ระหว่างตัวแทนของฝ่ายรัฐสภาระดับหัวหน้ากับทางฝ่ายเฟด หารือกันอย่างเคร่งเครียด ในที่สุดตกลงกันได้ในคืนวันอังคารนั้นว่า ฝ่ายรัฐ โดยเฟด จะให้เงินกู้กับ AIG เป็นจำนวน 85,000 ล้านเหรียญ (คิดเร็วๆ ประมาณ 2.5 ล้านล้านบาท น่ะครับ) โดย AIG จะต้องส่งมอบหุ้นให้รัฐบาล เป็นจำนวนประมาณ 80% และออกหุ้นกู้อายุ 2 ปี อัตราดอกเบี้ยประมาณ 11% ให้กับรัฐ

นอกจากนี้ AIG ยังต้องมอบทรัพย์สินอีกบางส่วนให้แก่รัฐ กันเหนียวไว้ เผื่อตลาดยังพุ่งหลาวไม่เลิก แต่ถ้าหุ้น AIG เกิดพุ่งขึ้น ประชาชนชาวอเมริกันก็อาจได้รับกำไรนะ เพราะไอ้ที่บอกว่าเป็นการสนับสนุนโดยรัฐสภา แต่เงินทั้งหมดที่เอาไปอุ้ม AIG มันเป็นเงินที่มาจากภาษีของประชาชนชาวอเมริกันทั้งนั้นนะ

นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่เฟดใช้อำนาจตาม Federal Reserve Act อย่างที่ไม่เคยใช้ ในการแก้ปัญหา ด้วยการให้เงินกู้กับ”ผู้ที่มิได้เป็นธนาคาร “non-bank” ในกรณีที่เป็นเรื่องไม่ปกติและเป็นเรื่องฉุกเฉิน … อ้อ คงคล้ายกับ ม. 44 ของลุงตู่นะ… ถ้างั้นเวลาไอ้พวกเวรมันมาเหน็บลุงตู่ เราก็อ้างมั่งสิว่า เอ็งก็เคยใช้ แค่เป็นโรงพิมพ์แบงก์กงเต็ก ยังมีอำนาจล้นเหลือ ของเรานี่…นายกรัฐมนตรี นะเว้ย

แต่ในที่สุด จำนวนเงินกู้ที่เฟดให้กับ AIG ก็งอกต่อไปถึง 150,000 ล้านเหรียญ (150 billion) ผมคูณเป็นเงินบาทไม่ถูกเลย… มันเล่นกันขนาดนี้… แล้วเงินแม่งเม่าอย่างเราๆ จะไปสู้อะไรเขาได้ เขาเล่นปั่นแปะกันที เป็นล้านล้านเหรียญอย่างนี้

พร้อมกับการให้เงินกู้ ฝ่ายรัฐยืนยันว่า โรเบิร์ด วิลลัมสเตด (Robert Willumstad) หัวหน้าใหญ่ของAIG ต้องลาออก และให้เอ็ดเวิร์ด ลิดดี้ (Edward Liddy)หัวหน้าอีกคนของ AIG ขึ้นมาเป็นหมายเลขหนึ่งแทน โดยท่านเฮนรี่เป็นคนบอกให้ วิลลัมสเตด ลาออกด้วยตัวเอง บทเข้มอีกแล้ว

โรเบิร์ด วิลลัมสเตด มาร่วมงานกับ AIG ในฐานะกรรมการตั้งแต่ปี ค.ศ.2006 ก่อนหน้านั้น เขาทำงานกับซิตี้กรุ๊ป (Citigroup Inc.) อ้าว.. ไม่ใช่พวกเดียวกันเหรอครับ

ส่วนเอ็ดเวิร์ด ลิดดี้ เคยทำงานที่ จี ดี เซิร์ล (G.D. Searl) กับโดนัลด์ รัมสเฟลด์ (Donald Rumsfeld) (เหยี่ยวกระหายเลือด อดีต รมต.กลาโหมของคาวบอยบุช สมัยค.ศ. 2001–ค.ศ.2006 และเป็นสมาชิก CFR และ เป็นก๊วนชิคาโกของท่านร้อกกี้หินร่วง) และลิดดี้ ยังเป็นกรรมการของโกลด์แมน แซค บ้านเก่าของท่านเฮนรี่ด้วย …อย่างนี้ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ ที่มีการเปลี่ยนตัวมาเป็น ลิดดี้

แต่ผมสิ แปลกใจ… ไอ้ จี ดี เซิร์ล นี่มันเป็นบริษัทขายยานี่นา แถมดังมาจากการขายยาคุม … เหยี่ยวกระหายเลือดขายยาคุม ฮาชะมัด เออ ลืมไป ท่านหินร่วงท่านชอบตอนพันธุ์มนุษย์ …บ้านเราก็โดน ไปหานิทานเก่า เรื่องมายากลยุทธมาอ่านแล้วกันครับ

ดูเหมือนปฏิบัติการช่วย AIG จะสำเร็จด้วยดี จากแรงผลัก และแรงดันของท่านเฮนรี่ซึ่งคงไม่อยากให้ระบบการเงินของอเมริกา และอีกหลายแห่งในโลกล่มในสมัยท่านนั่งแท่นคลัง เฮ้อ… น่าชื่นใจ นะครับ มีรัฐมนตรีคลังอย่างนี้

แต่ย้อนหลังไปเมื่อต้นปี วันที่ 28 มกราคม ค.ศ.2008 ฝ่ายบริหารของ โกลด์แมนกับฝ่ายบริหารของAIG เบ็ดเสร็จรวม 21 คน กำลังประชุมผ่านโทรศัพท์ เพื่อจะหาข้อยุติของปัญหาระหว่าง 2 ฝ่าย ที่ค้างคามาหลายเดือน

เรื่องมันเริ่มมาจากว่า AIG ไปตกลงรับประกันตราสารข้าวต้มมัด CDO ชนิดที่เกี่ยวกับการจำนองบ้าน ซึ่งโกลด์แมนเป็นผู้ออก และมีเงื่อนไขยากแก่การเข้าใจอย่างยิ่ง

อธิบายแบบง่ายๆ คือ ถ้าราคาบ้านที่เอามาจำนอง และใช้เป็นไส้ของข้าวต้มมัดนั้น พากันตกรูด โกลด์แมนมีสิทธิเรียกร้องให้ AIG ต้องเอาเงินประกันมา “วางเพิ่ม”  เพื่อเตรียมไว้เป็นค่าเสียหาย และโกลด์แมนก็ได้เรียกร้องให้ AIG จ่ายเงินในกรณีนี้ เป็นจำนวนถึง 2,000 พันล้านเหรียญไปแล้ว และ AIG ก็จ่ายไปให้โกลด์แมนตามที่เรียกร้องไปแล้ว

ต่อมาฝ่าย AIG กลับมาบอกว่า โกลด์แมน คิดราคาค่าเสียหายมากเกินไป เกินความเป็นจริงไปแยะเลย ต่างฝ่ายต่างเถียงกัน มีบางคนบอกว่า ดีที่สุดก็เอาบุคคลที่ 3 มาช่วยประเมินค่า (ที่น่าจะ) เสียหายสิ …แต่โกลด์แมนไม่ตกลง และการเจรจาก็เลยจบลง… ชั่วคราว

การเถียงกันเกี่ยวกับเรื่องเงินๆ ทองๆ ระหว่างสมาชิกสวนสัตว์วอลสตรีท เป็นเรื่องปกติ ที่จะไม่มีใครยอมใครง่ายๆ

แต่เรื่องระหว่าง โกลด์แมน กับ AIG อาจจะเป็นเรื่องที่ทำให้ทุกคนอ้าปากค้าง

หลังจากที่รัฐตกลงที่จะอุ้ม AIG และค่าอุ้มที่ตกลงกันไว้ว่า ประมาณ 85,000 ล้านเหรียญ ได้บานทะโร่

ไปถึง 180,000 ล้านเหรียญ (ตัวเลขไม่ผิดครับ) ฝ่ายรัฐก็สงสัย ไล่ตรวจสอบข้อเรียกร้อง และจำนวนที่เรียกร้องของเจ้าหนี้ทุกรายของ AIG และเห็นว่า รายที่เรียกมากที่สุด… ก็คือ โกลด์แมนของท่านเฮนรี่นั่นแหละ โดยเฉพาะเป็นข้อเรียกร้องในช่วงที่ ค.ศ. 2007-ค.ศ. 2008 ที่ตลาดจำนองบ้านกำลังซวนเซใกล้เทกระจาดเต็มทน 

ทางการโดยเฉพาะจาก SEC ตั้งข้อสงสัยว่า การเรียกร้อง การทวงเงินของโกลด์แมน มีส่วนที่ทำให้ตลาดจำนองบ้าน ฉิบหายมากขึ้น และเร็วขึ้นหรือไม่

แค่ในช่วงเวลา 1 ปี ก่อนที่รัฐจะมาอุ้ม AIG นั้น โกลด์แมนซิวจาก AIG ไปแล้วมากกว่า 7,000 ล้านเหรียญ และเมื่อรัฐมาอุ้ม AIG แล้ว โกลด์แมนยังเรียกร้องเพิ่ม และได้เงินไปพร้อมกับเจ้าหนี้รายอื่น ๆของ AIG จากเงินกู้ของรัฐหรือเงินภาษีของชาวอเมริกันน่ะ โดยโกลด์แมนได้ไปอีก 12,900 ล้านเหรียญ

นอกจากนี้ SEC ยังตรวจสอบพบว่า จำนวนเงิน 11,000 ล้านเหรียญ ที่ AIG จ่ายไปให้กับ Societe Generale ธนาคารฝรั่งเศสที่เป็นคู่ค้ากับ AIG นั้น ธนาคารฝรั่งเศส กลับโอนเงินจำนวนดังกล่าว ไปให้ กับโกลด์แมน อีกต่อหนึ่ง อ้างว่าเป็นไปตามข้อตกลง ที่ธนาคารฝรั่งเศส ทำไว้กับโกลด์แมน …สนุกกันใหญ่ วุ้ย

โกลด์แมน เริ่มมีกำไรสูงอย่างมาก จากตลาดบ้านที่เริ่มทรุด ในปลายปี ค.ศ.2006 ยิ่งราคาบ้านที่เอา มาจำนองลดลงเท่าไหร่ โกลด์แมนก็ยิ่งกำไรเพิ่มขึ้น เหมือนกับโกลด์แมน เก็งหรือพนันว่า ตลาดบ้านจะราคาลง ขณะเดียวกัน ถ้าราคาบ้านลงมากๆ และคนกู้เงินโดยจำนองบ้าน ทิ้งเงินกู้ ผู้ที่ต้องมารับภาระใช้หนี้ธนาคารก็คือ บริษัทประกัน ที่มารับประกันตราสารเอาไว้ และในกรณีนี้ก็คือ AIG

และนี่น่าจะเป็นสาเหตุใหญ่ ของการโต้เถียงเกี่ยวกับเรื่องค่าเสียหาย ที่โกลด์แมนเรียกร้องจาก AIG

การโต้แย้งเรื่องค่าเสียหายของโกลด์แมน นอกจากทำให้ฝ่ายรัฐทั้งงง และสงสัยแล้ว ฝ่ายนักวิชาการ ก็ยังออกมาตั้งข้อสงสัยด้วยว่า ข้อโต้แย้งของทั้ง 2 ฝ่ายมันดูไม่มีเหตุผลเลย และมันดูเหมือนจะเป็นแค่ยอดของภูเขาน้ำแข็ง ที่โผล่ขึ้นมาด้วยซ้ำ  มันไม่ใช่ เรื่องใครถูก ใครผิดด้วย …มันต้องมีอะไรมากกว่านั้นแยะ และมันน่าจะเป็นผลทางบวกกับโกลด์แมน เอาเสียด้วย ในการที่ออกมาโวยว่า… เฮ้ย… AIG คุณเป็นหนี้ผมแยะมากนะ

เดวิด เอ วินิอาร์ (David A. Viniar) หัวหน้าฝ่ายการเงินของโกลด์แมน คุยเรื่องนี้กับผู้สื่อข่าวว่า ตัวเขาเองคิดว่า จำนวนเงินที่ทั้ง 2 ฝ่ายโต้แย้งกัน มันน้อยกว่าที่พวกเขาคิดนะ

ผู้สื่อข่าวถามกลับว่า …แล้วไอ้การทวงหนี้โวยวาย ของโกลด์แมน นี่ มันมีส่วนทำให้สถานะของ AIG ยิ่งแย่ลงหรือเปล่านะ วินิอาร์ (Viniar) บอก… ไม่ใช่ เราเรียกร้องตามเงื่อนไขของการประกันนะ เราไม่ได้

ทำความผิดอะไรเลย

ลูคัส แวน พราก (Lucas van Praag) โฆษกของโกลด์แมนย้ำว่า… เราเพียงเรียกเอาหลักประกันเพิ่ม ตามสิทธิของเรา ที่มีอยู่ในข้อสัญญาระหว่างเรากับ AIG ที่ลือกันว่า AIG ล้ม เพราะเราทวงหลักประกันนี่ …มันเกินไปหน่อยนะ

สัญญาอะไร โฆษกยิ่งอธิบาย ชาวบ้านยิ่งงง ในสายตาคนนอก ต่างมองว่า เรื่องโกลด์แมน AIG นี่มันพิลึกและออกกลิ่นทะแม่ง

ส่วนที่ทะแม่งหนักก็คือ ระหว่าง AIG กับโกลด์แมนนั้น ถ้า AIG ไม่รับประกันตราสารให้โกลด์แมน โกลด์แมนก็คงขายตราสารยาก และคงทำกำไรยาก แต่เมื่อตลาดจำนองล่ม AIG ฉิบหายขนาดหนัก แต่โกลด์แมนรวยเละ

AIG ของท่านมอริส กรีนเบิร์ก เพื่อนซี้ของท่านร้อกกี้หินร่วง …โดนหักเขี้ยวขนาดนี้เชียวหรือ

และในความเป็นจริง AIG กับ โกลด์แมน ก็มีสัมพันธ์อันดี ลึกซึ้งและยาวนานมาเป็นเวลาหลายสิบปี และในช่วงปี ค.ศ.1990 กว่าๆ ทั้ง 2 ฝ่าย คิดจะผสมพันธุ์ควบรวมกันเสียด้วยซ้ำ แต่แล้วก็มีการเปลี่ยนแผน… AIG ไปตั้ง AIGFP ในปี ค.ศ.1998 และกระโจนเข้ามาคลุกกับชาวสวนสัตว์วอลสตรีทเต็มตัว ด้วยการรับค้ำประกันแบบ CDS นั่นไง

เรื่องของโกลด์แมน กับ AIG และ วิกฤติ ค.ศ. 2008 จึงต้องดูแบบใช้แว่นขยายช่วย

Scroll to Top