วันศุกร์ตอนเย็นเกือบค่ำ ขณะที่ชวาร์ตซ์กำลังนั่งรถกลับบ้าน เขานึกถึง Morgan credit line มันคงมาทันวันจันทร์นะ อย่างน้อยตอนนี้เราก็มีเวลาอีก 28 วัน สำหรับหาเงินทุน หรือหาหุ้นส่วนเพิ่ม หรืออาจ จะต้องขายแบร์ ออกไปทั้งหมดเลย มันคงไม่ง่ายหรอก แต่ก็เราก็พยายามจัดการให้มันเกิดขึ้นจนได้… ชวาร์ตซ์นึกถึงตรงนี้พอดี เสียงโทรศัพท์มือถือเขาก็ดังขึ้น
มันเป็นการโทรเข้ามาของคิง เฮนรี่กับท่านทิม
คิง เฮนรี่ ไม่เสียเวลาอ้อม… จำได้ไหม ผมบอกคุณว่า เมื่อไหร่ที่เราตัดวงเงินสินเชื่อที่ให้คุณ อนาคตของพวกคุณไม่ได้อยู่ในมือพวกคุณแล้ว วันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ เราไม่คิดจะมาร่วมประชุมกับพวกคุณอย่างที่เราทำเมื่อคืนนี้นะ แต่คุณจะต้องเจรจากับเจ พี มอร์แกน หรือใครก็ได้ ที่คุณจะหาได้ ให้เสร็จเรียบร้อยภายใน “วันอาทิตย์นี้” และคุณต้องทำให้มันเรียบร้อยก่อนเช้าวันจันทร์ ไม่อย่างนั้น เราจะถอดปลั๊กออก… เข้าใจไหม
แล้วเวลา 28 วันที่ชวาร์ตซ์เพิ่งกำลังนึกถึง ก็หายวับไปกับตา… Credit line ที่ Fed จะให้เจ พี มอร์แกน เพื่อมาให้แบร์กู้ต่อตกลงมีให้ถึงวันอาทิตย์นี้เองเท่านั้นนะ มันมีอายุแค่ 2 วันนี่หว่า…ไม่ใช่ 28 วัน
ชวาร์ตซ์รีบโทรถึง โมลินาโร ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างทางกลับบ้านเหมือนกัน เพื่อเล่าถึงคำพูดของท่านเฮนรี่
เฮ้ย คุณอย่ามาพูดเล่นน่ะ… โมลินาโร ขึ้นเสียง
จนถึงทุกวันนี้ ผู้บริหารของ แบร์ ก็ยังไม่หายงง
ไอ้ 28 วัน มันหายไปไหนวะ เราเข้าใจผิดเรื่องภาษาที่เขาเขียนหรือไง หรือ คิงเฮนรี่ เกิดเปลี่ยนใจ ไม่มีใครรู้ว่า มันมาจากสาเหตุอะไร
ทันทีที่ ชวาร์ตซ์เข้ามาถึงออฟฟิส ตอนเช้าวันเสาร์เขาโทรถึงท่านทิมทันที เพื่อขอเวลาเพิ่ม เขาบอกว่าแบร์ เข้าใจว่าจะมีเวลา 28 วัน แต่ท่านทิมยืนยันเสียงเรียบ… พวกคุณมีเวลาถึงวันอาทิตย์นี้เท่านั้น… เมื่อคำยืนยันของ Fed ว่า แบร์มีเวลาถึงวันอาทิตย์เท่านั้น พวกที่แบร์คุยไว้ไม่ว่าจะมาร่วมทุน หรือซื้อไปทั้งหมด ก็เลยพากันถอยกลับ ใครมันจะไปตรวจสอบทรัพย์สินของแบร์ทัน โดยเฉพาะทรัพย์สินส่วนที่เกี่ยวกับข้าวต้มมัด CDO นั่นแหละ แล้วมันจะซื้อขายกันได้ยังไง ก็ไม่มีใครรู้ว่าตีราคาลมผายยังไงนี่นะ จะตีตามกลิ่น หรือตีตามเสียง
ตอนดึกของคืนวันเสาร์ ชวาร์ตซ์ได้รับการติดต่อจากแบล็ค ของ เจ พี มอร์แกน
…. นี่ถ้าเราจะซื้อจริง ๆ ราคาหุ้นมันคงต่ำมากนะ ไอ้ราคาปิด 32 เหรียญเมื่อวันศุกร์น่ะ มันไม่ความ หมายอะไรในตอนนี้หรอก ราคาคงอยู่ระหว่าง 8 ถึง 12 เหรียญต่อหุ้น เพราะเราไม่มีเวลาทำการตรวจ สอบอย่างที่ควรทำ (due diligence)
ชวาร์ตซ์เกือบสำลัก นี่มันยิ่งกว่าต่อรองซื้อของข้างถนนอีกนะ แต่ก็ถามแบล็ค (Black) … แล้วพวกคุณยังเดินหน้าอยู่หรือเปล่าล่ะ
ทีม เจ พี มอร์แกน ยังเดินหน้าตรวจสอบตัวเลข และรายการทรัพย์สินของแบร์ต่อ โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับเรื่องข้าวต้มมัด CDO
เช้ามืดทีม เจ พี มอร์แกนเริ่มลังเล ยิ่งตรวจสอบดูหลักทรัพย์ของ แบร์ ประเภทความเสี่ยงสูงมาก ที่พวกเขาตีราคาไว้ตอนแรกที่จำนวน 120,000 ล้านเหรียญ พอตรวจไปถึงเช้าวันอาทิตย์ ทีม เจ พี มอร์แกนบอกว่า มันแย่กว่าที่ประเมินแยะ มันน่าจะถึง 220,000 ล้านเหรียญ… สงสัยข้าวต้มมัดบูดจะกลิ่นแรงกว่าที่คิด
และแบล็ค คงไม่สบอารมณ์แบร์เกี่ยวกับเรื่องอื่นอีกด้วย มันคงไม่ใช่แค่เรื่องความเสี่ยงด้านการเงิน นี่มันกำลังหาเรื่อง เพื่อลดราคาหมีหรือไงนะ
เช้าวันอาทิตย์ New York Times บังเอิญลงบทความเกี่ยวกับ แบร์ เป็นบทความที่เขียนโดย เกร็ตเช่น มอร์เกนสัน (Gretchen Morgenson) นักข่าวรุ่นเก๋า บทความบรรยายถึงพฤติกรรมที่แสดงถึงความเจ้าเล่ห์ ชั่วร้ายของแบร์ ในอดีต …มันช่างเลือก “เวลา” ลงบทความได้เหมาะ
แบล็คบอกว่า บทความนี้ มันมีอิทธิพลต่อความคิดของเขาเกี่ยวกับแบร์ไม่น้อยเลย
ดิมอน (Dimon) เอง ก็เห็นไม่ต่างกับแบล็ค ในเรื่องนี้
ท่านทิม เดินออกมาจากห้องประชุมของ Fed เพื่อถามข่าวกับ ดิมอน เขาเดินกลับไปในห้องประชุม แล้วบอกกับที่ประชุม
“พวกเขา (J P Morgan) ถอนตัว พวกเขาไม่ทำแล้ว”
หลังจากนั้น การเจรจาระหว่าง Fed กับเจ พี มอร์แกน ก็ดำเนินไปอีกเป็นหลายชั่วโมง ต่างต่อรองกันไปมา ในที่สุดเจ พี มอร์แกน บอกว่า… เราทำเองไม่ได้หรอก
ระหว่างนั้น ท่านทิมเหลือบตาดูนาฬิกา ตลาดหุ้นออสเตรเลียจะเปิดทำการในเวลาที่ตรงกับ 6 โมงเย็นของนิวยอร์ก พวกเขาควรจะต้องทำให้ข้อตกลงเกิดขึ้นให้ได้ ไม่งั้น มันจะวุ่นวายกันไปใหญ่ ถ้าตลาดออสเตรเลียเปิด และเรายังไม่มีคำตอบในเรื่องนี้
ท่านทิมกลับไปเจรจากับท่านเบน เบอนานเก้ (Bernanke) และคิงเฮนรี่ อีกยาว
ในตอนนั้น Fed ยังไม่มีแนวทางชัดเจนเลยว่า จะช่วยพวกสถาบันการเงินที่เจอ กับวิกฤติของซับไพรม์อย่างไร และคิงเฮนรี่ แม้จะถูกแดกว่า เป็นถึงท่านคิงเฮนรี่ ก็ยังต้องไปเจรจากับรัฐบาล และรัฐสภาอีกต่อ ว่าในที่สุดแล้ว ถ้ามีปัญหา คนที่ต้องรับไปคือ คนอเมริกันที่ต้องต้องเสียภาษีนั่นเอง
ขณะเดียวกันที่ แบร์, ชวาร์ตซ์กำลังนั่งคอตก หมดแรง
แบร์จะมีประชุมกรรมการ เวลาบ่ายโมงของวันอาทิตย์นั้น ก่อนหน้านั้นหน่อยหนึ่ง ทางเจ พี มอร์แกนโทรเข้ามาหา ชวาร์ตซ์เพื่อบอกว่า ราคาคงไม่ใช่ 8-12 เหรียญอย่างที่คุยกันคืนก่อนนะ มันอาจเป็น 4เหรียญ
เมื่อชวาร์ตซ์แจ้งที่ประชุมกรรมการถึงราคา 4 เหรียญ ห้องประชุมเกือบแตก ส่วนใหญ่แสดงความโกรธจัด ไม่ถนอมอาการและคำพูด ต่างด่า เจ พี มอร์แกน พร้อมให้นิ้วกลาง แล้วบอกว่า …. เฮ้ย …อย่างนี้ล้มละลายดีกว่าว่ะ…
หลังจากด่าจนเหนื่อย ในที่สุด ฝ่ายแบร์ก็ยอมรับราคา 4 เหรียญ แต่ดูเหมือน คิงเฮนรี่ จะยังไม่สมใจ หรือสะใจ
เมื่อคิงเฮนรี่กับท่านทิม โทรกลับไปถามที่ เจ พี มอร์แกนว่า ไปถึงไหนแล้ว …. ดิมอนบอกว่า เรากำลังดูที่ราคา 4 เหรียญ
…ราคาสูงไปนะ คิงเฮนรี่ทำเสียงเข้ม มันน่าจะต่ำกว่านี้อีก และเมื่อเจ พี มอร์แกน แจ้งแบร์ อีกรอบ ราคาสุดท้ายซื้อ แบร์อย่างเป็นทางการคือ 2 เหรียญ ต่อหุ้น!!!!
แบร์ สเติร์นส์ มีเพื่อนน้อยจริงๆ หรือไม่มีเอาเลย