แด่นักรบเงา ที่เสียสละแม้ชีวิต
เพื่อรักษาบ้านเมืองที่รักของเรา

Search

นักมายากลระดับโคตร พวกหินร่วง ไม่ได้เข้าไปในลาตินอเมริกา เพื่อไปขายเมล็ดพันธุ์พืชจี เอ็ม โอ(GMO) กับแจกถุงยางเท่านั้น แต่พวกเขาเข้าไป “ซื้อ” ด้วย

เขาหอบกระเป๋าเงิน ที่ได้กำไรจากการขายเมล็ดพันธ์พืช เอาไปเลี้ยงนักการเมือง และทหารของหลายประเทศในแถบนั้น สร้างเด็กในคาถาอยู่หลายปี ด้วยการร่วมมืออย่างดีของหน่วยงานความมั่นคงของอเมริกา ปฏิบัติการลับเกิดขึ้นหลายครั้งในประเทศต่างๆ ในแถบนั้น แล้วในที่สุด เด็กสร้างของเขาก็ได้ขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศ ของหลายประเทศในกลุ่มลาตินอเมริกัน

มันเป็นการค้า ที่ทำกำไรเกินตำราบอก เอาเงินของคนในประเทศ ซื้อประเทศนั้นเอง!สมันน้อยอ่านตรงนี้หลายๆ หนหน่อยนะ

เขารอเวลา “อันเหมาะสม” แล้วก็ตั้งสมาคม Trilateral Commission ขึ้นมา สมาชิกสมาคมเป็นผู้ที่เขาคัดเลือกไว้ล่วงหน้าแล้วว่า จะผลักดันให้เข้าไปทำหน้าที่ในรัฐบาล ในตำแหน่งสำคัญๆ ตามที่เขากำกับ

และด้วยอำนาจ อิทธิพลและเงิน เมื่อถึงเวลาเขาก็ส่งคนของเขา เข้าไปอยู่ในแวดวงการเมือง เป็นตั้งแต่ประธานาธิบดี รัฐมนตรี นักวิชาการ และสื่อ (ขี้ข้า) และกำหนดนโยบายให้ขี้ข้าเหล่านั้น ปฏิบัติตามกลยุทธที่เขาวางไว้ทั้งหมดพร้อมๆ กัน แต่แยกกันเล่น เหมือนคนเล่นกล หลอกให้เราดูมือซ้ายที มือขวาที โดยเราไม่รู้ตัวว่ากลนั้นสร้างขึ้นมาได้อย่างไร

เวลา“อันเหมาะสม”สำหรับการก่อตั้งสมาคม Trilateral Commission นั้น น่าสนใจมาก ในปี ค.ศ.1973 นายเดวิด ร้อกกี้เฟลเลอร์ ซึ่งเป็นเจ้าของความคิดการตั้งสมาคมนี้ ขณะ นั้นดำรงตำแหน่งประธานของ The Council on Foreign Relations (CFR) ซึ่งถือว่าเป็นหน่วยงานมันสมอง (Think Tank) ให้ กับรัฐบาลอเมริกัน มาตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ.1939

แต่ช่วงปี ค.ศ.1971 ขณะที่โลกกำลังบูมด้วยการอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในประเทศผู้ผลิตเช่น อเมริกา ยุโรปและญี่ปุ่น ประเทศในอีกซีกโลกอีกหนึ่งคือ กลุ่มประเทศที่ส่งออกน้ำมันหรือที่เรียกว่า Organization of Petroleum Exporting Countries (OPEC) ก็เกิดอาการชักกระดุก ควบคุมกันเองไม่อยู่ พากันขึ้นราคาล่วงหน้าของน้ำมันอย่าง บ้าเลือด ทำให้กลุ่มผู้ประกอบอุตสาหกรรม ที่ต้องพึ่งพาน้ำมันอย่าง กลุ่มร้อกกี้เฟลเลอร์และพรรคพวกในยุโรป และญี่ปุ่นย่อมกระอักเป็นธรรมดา

ประธานาธิบดีนิกสัน แก้ปัญหาด้วยการ ควบคุมราคาน้ำมันและก๊าซ ที่ผลิตและขายในประเทศ เพื่อ

แก้ปัญหาเงินเฟ้อ แต่ผลออกมาคนละเรื่อง บรรดาพวกเสี่ยปั้มอาหรับ กลับทุ่มน้ำมันเข้ามาในตลาดอเมริกา ขายในราคาแพง ในขณะที่น้ำมันที่ผลิตและขายในอเมริกา ต้องขายในราคาถูกควบคุม

เศรษฐีเจ้าของสแตนดาร์ดออยล์ Standard Oil ฉุนขาด เพราะโดนโอเปก (OPEC) ตีตลาด แต่ที่จริงแล้ว เศรษฐีก็แอบยิ้มมุมปาก เพราะเสี่ยปั้มราชวงศ์ซาอูด กับคูเวต และพวกบริษัทน้ำมันที่เป็นของรัฐ แถวอิหร่าน อิรัคและอัลจีเรีย ไม่รู้จะทำอะไรกับกระดาษสีเขียวตรานกอินทรี ที่ได้รับจากการขายน้ำมัน นอกจากฝากกับธนาคารใหญ่ๆ ในอเมริกาและยุโรป แน่นอน Chase Manhattan ของตระกูลหินร่วง ก็ต้องได้รับส้มหล่นใส่ด้วย

แต่สรรพสิ่งส่วนใหญ่ มีทั้งด้านได้และก็มีด้านเสีย ดูอะไรแต่ด้านเดียวมันก็บื้อไปหน่อย การประกอบธุรกิจธนาคาร ได้เงินฝากมาจะให้มันนอนเฉยอยู่ในลิ้นชักได้ยังไง ธนาคารพวกนี้ก็เอาเงินไปปล่อยกู้ต่อ ให้กับประเทศเล็กๆ ที่ไม่มีน้ำมันของตัวเองหรือมีแหล่ง แต่ยังไม่ได้ขุดขึ้นมา เพราะไม่รู้ว่าตัวว่ามี หรือถูกหลอกว่า บ้านยูไม่มี ไม่มี ประเทศพวกนี้ คนอ่านนิทานน่าจะเดาออกว่าคงอยู่ แถบเอเซียกับลาตินอเมริกานั้นแหละ

แล้วทำไงล่ะ ประเทศพวกนี้ก็ไปกู้เงินจากธนาคาร ที่รับเงินค้าขายน้ำมันจากพวกเสี่ยปั้มแถวทะเลทรายนั่นไง ทีนี้พอ OPEC ดันขึ้นราคาน้ำมันอย่างบ้าเลือด เงินเข้ามามหึมาก็จริง แต่ไอ้ที่ให้เขายืมไป มันก็ตัวแดงแก่มหึมาเหมือนกัน จริง ๆ ก็ไม่ใช่ปัญหาโดยตรงของรัฐบาลอเมริกา และไม่น่าจะใช่ความผิดของคุณนิกสัน  ซึ่งตอนนั้นก็หน้ามืดอยู่หลายเรื่องแล้ว แต่ก็ทำให้เศรษฐีเกิดความคิด ตามประสาคนที่โลภอยากจะเอาแต่ได้ แต่ไม่ยอมเสีย

มันเรื่องอะไร จะทำแต่การวิจัยแนะนำรัฐบาล แล้วรัฐบาลก็ไม่ได้ทำตามที่เขาต้องการทุกเรื่อง แบบนี้มันต้อง คุมรัฐบาลให้อยู่ในกำมือไม่ดีกว่าหรือ แล้วความคิดที่จะตั้งหน่วยงานพิเศษ หรือ Trilateral จึงเกิดขึ้น และได้รวมพรรคพวกที่ทำธุรกิจน้ำมันอุตสาหกรรม และธนาคาร เข้ามาอยู่ในกระบุงเดียวกัน 

(จริง ๆ นะครับ เขียนมาถึงตรงนี้ ผมเชื่อเกือบเต็มร้อยว่า ไอ้หมาใน โจรหนีคดีนั่น มันต้องเรียนวิธีขี้โกงระดับนโยบาย มาจากผู้มีบารมีเหนือประชาธิปไตยจริงๆ)

คิดดูง่าย ๆ จากเรื่องที่กำลังเกิดขึ้น แทนที่พวกเศรษฐีจะให้ธนาคารตัวเอง ให้เงินกู้กับประเทศที่กำลังพัฒนาต่อไปตามเดิม เขากลับใช้เหตุการณ์วิกฤติน้ำมันครั้ง นี้ สร้างโอกาสให้พวกเขาอีกต่อ มันงกจริงๆนะ พวกเศรษฐีกลับคิดว่า ถ้าเรายกเครื่อง IMF World Bank เสียหน่อย แล้วให้องค์กรเหล่านี้เป็นเครื่องมือ รับความเสี่ยงให้กับเรา แบบนี้เราก็มีแต่ชนะทุกทาง  win win solution พูดเหมือนใคร (วะ)

เขาจึงเริ่มแผนคุมสหประชาชาติ โดยการ “ซื้อเสียง” 

ลาตินอเมริกามี 19 เสียง เทียบกับยุโรปทีมี 9 เสียง จากปฏิบัติการในลาติน อยู่ 20 ปี ผลคือทำให้อิทธิ พลของนักมายากล สามารถทำให้อเมริกา เป็นผู้คุมเสียงข้างมาก ในสหประชาชาติ และแน่นอนเป็นเสียงชี้ขาดใน World Bank และ IMF ด้วย ที่ดินที่สร้างสำนักงานใหญ่ของสหประชาชาติในนครนิวยอร์ก จึงเป็นอภินันทนาการจากนักมายากล

NSSM 200 เป็นตัวอย่างของมายากลยุทธ ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ที่สามารถนำเรื่องการลดการเจริญเติบโตของประชากรในประเทศด้อยพัฒนา (หรือที่เขาพากันดัดจริต เลี่ยงไปเรียกว่าประเทศที่กำลังพัฒนา แต่มันก็เป็นแบ่งชั้นพลเมืองโลกอย่างน่าทุเรศ เราก็อยู่ในประเภทนี้นะครับ อย่าหลงระเริงว่าเป็นพวกโลกศิวิไลซ์ บ้าจี้ทำตามเขาไปหมด) มาเป็นนโยบายด้านความมั่นคงของประเทศ ที่มีความสำคัญระดับเร่ง ด่วนของอเมริกา

มันเหลือเชื่อ เหมือนเรากำลังดูการเล่นกล ที่สามารถเอาเรื่องการวิจัย เรื่อง การสนับสนุนการทำหมันของมนุษย์ หรือวางแผนครอบครัว ให้โยงกับประเทศเป้าหมายที่มี แหล่งทรัพยากรธรรมชาติ ได้อย่างมหัศจรรย์เกินจะคิด

แต่เมื่อดูจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนและหลังของช่วงเวลาปฏิบัติการตามแผน NSSM 200 แล้วสิ่งที่เห็นชัด การเล่นกลทำได้แนบเนียนและได้ผล ทั้งหมดมาจากเงินและอิทธิพลของตระกูลโคตรรวย ที่พัฒนามาเป็นสถาบันผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของอเมริกา Trilateral Commission นายคิสซิงเจอร์และ

บรรดาผู้มีตำแหน่งสูงๆ ในรัฐบาลอเมริกา ตั้งแต่ระดับประธานาธิบดี รมว.กลาโหม รมว. ตปท. สมัยต่าง ๆ แท้จริงแล้ว แม้จะกินเงินเดือนของประเทศ แต่จริงๆ แล้ว ดูเสมือนพวกเขา ต่างก็ทำหน้าที่เป็นขี้ข้ารับใช้ Trilateral Commission ผู้มีบารมีเหนือประชาธิปไตยนั่นเอง

แล้วอำนาจ Trilateral Commission ผู้มีบารมีเหนือประชาธิปไตย ก็ขยายครอบคลุมรัฐบาลอเมริกา รวมทั้งขยายไปควบคุม ประเทศส่วนใหญ่ในโลกนี้ ตามนโยบาย New World Order ตั้งแต่บัดนั้นจนถึงปัจจุบันนี้

สมันน้อยมองออกบ้างหรือยังว่า เป้าหมายที่แท้จริงของ NSSM 200 คืออะไรและการกำหนด 13 ประเทศเพราะอะไร การเข้าไปในลาตินอเมริกา สมาคมวางแผนครอบครัวของพี่สายรุ้ง นายอานันท์ มรว.เกษมสโมสร ทั้ง 2 มีตำแหน่งอะไร ในหน่วยงานประเทศไทยบ้าง มีความสำคัญอย่างไร และอย่าลืม การวิจัยแผนพัฒนาของนายณรงค์ชัย เกี่ยวกันไหม และนายสารสิน วีระผลแห่ง CP เครือเจริญโภคภัณฑ์ ค้าเมล็ดพันธุ์พืชมากว่า 50 ปี ใช้เมล็ดพันธ์ GMO หรือไม่ชาวไร่ ชาวนา เราเจ๊งป่นปี่ ขายที่ ขายไร่ กันไปเท่าไหร่ ปัจจุบันการกว้านซื้อที่ดินของประเทศเราโดยนายทุน นักธุรกิจใหญ่ ทั้งในและต่างประเทศ เกี่ยวโยงกันไหม จำได้หรือเปล่า เล่าไปแล้วว่าปัจจุบันที่ดินในประเทศไทยจำนวน 1 ใน 3 อยู่ในมือคนต่างชาติไปแล้ว ลองไปคิดเป็นการบ้านดู

เวลาดูเขาเล่นกล อย่าแค่ตบมือชอบใจ

Scroll to Top