แด่นักรบเงา ที่เสียสละแม้ชีวิต
เพื่อรักษาบ้านเมืองที่รักของเรา

Search

เล่ม 9 ‘ติดกับ’

Château Christophe

ตอน 3

เมื่อสตีเวนส์และเนธาน เทค ขึ้นบกที่เบนกาซี ในเดือนเมษายน ค.ศ.2011 เขาได้รับการต้อนรับโดยผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศซึ่งอยู่ฝ่ายกบฏทุกวัน ในช่วงหลายเดือนนั้นทั้ง 2 คน ไปพบบุคคลที่เขาสามารถจะขอพบได้เช่น หัวหน้าของ Transitional National Council (รัฐบาลฝ่ายกบฏ) เจ้าของร้านขายของ ครู หมอ ทหารที่อยู่ตามแนวรบ พวกเขาพูดเหมือนตามบทที่เขียนให้ เทคบอก เขาพูดกับเราว่า “เขาต้องการประเทศลิเบียใหม่ ที่เป็นอย่างที่ประชาชนต้องการ” ในความรู้สึกของเขา (คนอเมริกัน ) ดูเหมือนมันจะเป็นการปฏิวัติที่ได้รับการนิยมชมชอบอย่างมาก

มันเป็นข้อความที่สำคัญมากสำหรับ สตีเวนส์ที่จะถ่ายทอดไปถึงเจ้านายของเขา งานของสตีเวนส์ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ทูตทุกคนจะต้องทำคือ ให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ โดยผ่านการวิเคราะห์อย่างถี่ถ้วนแล้วให้แก่วอชิงตันเพื่อวางนโยบาย

แม้ว่าอเมริกาจะได้เลือกข้างแล้ว โดยเลือกข้างที่ทำการปฏิวัติ แต่การจะเป็นปฏิปักษ์ต่อกัดดาฟี่ ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่จะมองผ่านไปอย่างง่ายๆ

กัดดาฟี่แม้จะเป็นคนระห่ำสุดแสบ แต่ก็เคยมีส่วนช่วยอเมริกาในการต่อต้านผู้ก่อการร้าย (และที่สำคัญ ลิเบีย มีน้ำมันและก๊าซที่ได้รับการตรวจสอบแล้วว่ามีปริมาณมากที่สุดในแอฟริกา!) ถ้าฝ่ายกบฏน่าเชื่อ ถือน้อยกว่าที่ประเมิน เช่น นำประเทศเข้าไปสู่การต่อสู้แบบนองเลือดเป็นเวลาหลายๆ ปี สูตรการคิดคำนวณ (นโยบาย) คงจะต้องเปลี่ยนอย่างมาก

ความเห็นของคริส จึงมีความหมายอย่างยิ่ง เจฟฟรีย์ ดี เฟลท์แมน (Jeffery D. Feltman) ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีด้านตะวันออกใกล้ (Near Eastern) บอกว่า ไม่ใช่ว่าจะมีความเห็นของคริสคนเดียว และไม่ใช่ว่าเราจะทำตามที่เขาบอกทั้งหมด แต่ความเห็นของเขาคนนี้แหละ เป็นความเห็นที่สำคัญที่สุด

อะไรทำให้ สตีเวนส์ทำงานของเขาได้ดี และทำให้ผู้คนเชื่อถือเขา มันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเสแสร้งกันได้ มันเป็นไปได้ที่คุณจะทำให้คนเชื่อใจคุณบ้างในบางครั้ง แต่ไม่ใช่เสมอไปและตลอดไป โดยเฉพาะในต่างแดน

เทคบอกว่า สตีเวนส์แสดงออกถึงความเข้าใจอย่างจริงใจ เขาเกลียดรูปแบบนักการทูตอเมริกันที่แสดงออกแบบยโสโอหังและความไม่ตระหนักรู้ (ซื่อบื้อ) สตีเวนส์ เป็นคนตรงไปตรงมาและมีความเป็นมนุษย์ 

เทคบอกสำหรับผม สตีเวนส์เป็นตัวอย่างของการเป็นนักการทูตที่ผมอยากจะเป็น เขามองว่า อเมริกาควรมีอิทธิพลจากการที่คนอื่นให้ความนับถือ ไม่ใช่จากการที่อเมริกาเหยียดหยามและทำกร่างใส่

Scroll to Top