เล่ม 10 ‘กลางสนาม’
7. “Goodbye Mrs.Brown!”
ตอนนี้ผมเห็นพวกที่เขาติดตาม ข่าวฉาวเช้านี้ เขาคุยกันถึงเรื่อง ผัวเมียเขาจะหย่ากัน ผมจะทำตัวขวางโลก ไม่รับรู้เรื่องชาวบ้านไปหมดก็กระไรอยู่ เขามันคู่ดังอยู่กินกันมา 300 กับอีก 7 ปี ใจคอจะตัดขาด กันลงจริงละหรือ อยู่กันมาจนหม้อข้าวดำมะเมื่อม ขัดไม่ออกแล้ว ที่สำคัญหมู่นี้ เขียนถึงชาวเกาะใหญ่ เท่าปลายนิ้วก้อยของเท้าซ้าย มาเกือบทุกวัน เขาจะอยู่ จะหย่ากัน จะใจจืด ไม่แสดงความ เห็นใจ มันใช่นิสัยลุงนิทานซะเมื่อไหร่ล่ะ
เมื่อ 2,3 วันก่อน นายเดวิด แคมเมอรอน (David Cameron) นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ออกมาจีบปากโง้งเป็นจะงอยบอก ชาวสกอต คุณคิดดีๆนะ นี่ไม่ใช่การแยกกันนะ มันเป็นการหย่ากันต่างหาก เราอยู่ด้วย กันมา 300 กว่าปีแล้วนะ มันเป็นการตัดสินใจ ที่ย้อนกลับไปเหมือนเดิมอีกไม่ได้แล้วนะ
พรุ่งนี้ 18 กันยายน ค.ศ.2014 เราก็จะรู้แล้วว่า คู่นี้เขาจะหย่ากันจริงไหม หรือแค่ คัน 300 ปี ผัวเมีย อยู่กันมานาน มันก็ต้องมีเบื่อ มีหน่ายบ้าง ถ้าไม่มีกิ๊ก ไม่มีชู้ มือที่สามมายุ่ง เรื่องก็คงไม่นุงนังมาก
มือที่สามหรือกิ๊กที่ไหน ที่ทำให้มิสเตอร์ บราวน์ (Mr. Brown) เกิดหน่าย มิสซิสบราวน์ (Mrs. Brown) จนขอแยกเดินคนละถนน
พวกสกอตชาวเหนือ เบื่ออังกฤษชาวใต้มาแต่ไหนแต่ไร รบกันมาตลอด ที่เรารู้จักกันก็สมัย คุณวิล เลี่ยม วอลเลซ (William Wallace) ที่แกทาหน้าเป็นสีน้ำเงิน ไล่ฟันคนอังกฤษเสียกระเจิง คุณเมล กิ๊บสัน (Mel Gibson) แก อินกับเรื่องนี้มาก ลงทุนสร้างเอง แสดงเอง ผมดูเสีย 3 รอบด้วยความสะใจ
พวกสกอตไม่พอใจนโยบายของจักรภพอังกฤษหลายเรื่อง แต่ไปสู้ในสภาทีไร ก็แพ้คะแนนเสียง เพราะมีจำนวนผู้แทนน้อยกว่า โดยเฉพาะพรรคอนุรักษ์นิยม (Conservative) ของอังกฤษ ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากัน กลับจากสภามานั่งซดเหล้าซดเบียร์ ด่าอังกฤษต่อตามผับ เป็นอย่างนี้มาหลายสิบปี
นายอเล็กซ์ ซัลมอนด์ (Alex Salmond) แห่งพรรคสกอตติช เนชั่นนัล (Scottish National) ทนเบื่อต่อไปไม่ไหว ด่าต่อทุกวันในผับจนจะเมาตาย เขาเลยลุกขึ้นหาเสียงโดยประกาศกับพวกสกอตว่า ถ้าพวกคุณเบื่ออังกฤษเต็มที อยากเป็นอิสระ อยากตัดสินชะตาชีวิตของพวกเราเอง โปรดเลือกพรรคเรา เราจะเดินหน้าให้เป็นอิสระจาก ไอ้พวกชอบจีบปากเวลาตอแหล
ในการเลือกตั้ง ค.ศ.2007 พรรคสกอตติช เนชั่นนัล (Scottish National) ได้คะแนนนำ ใน ค.ศ.2010 พรรคสกอตติช เนชั่นนัล ก็ได้คะแนนนำอีก นายอเล็กซ์ ซัลมอนด์ตัดสินใจ รนณรงค์ “YES” เราแยก กันดีกว่า เราไม่เอากับอังกฤษแล้ว..
เมื่อ “YES” แคมเปญ เริ่มใหม่ๆ นักการเมืองอังกฤษไม่ให้ความสนใจ คิดว่า พวกสกอตเจ้าอารมณ์หรือเมาค้างเหมือนเดิม คงไปไม่กี่กระจอกกินน้ำ ส่วนคนอังกฤษ ก็ส่ายหน้า บอกช่างหัวมัน พวกสกอตมันชอบคิดอะไรบวมๆ แบบนี้แหละ
แต่คนที่สนใจติดตามดูอยู่เงียบๆ มาตลอดถึงการตัดสินใจของสกอต และอาจจะคิดหนักกว่าอังกฤษ คืออเมริกา
อังกฤษโดยคำสั่งของอเมริกา เอาจรวดที่เรียกว่า US Trident II D-5 อานุภาพมหาศาล จำนวนนับไม่ถ้วน ที่อเมริกาให้เช่าหรือให้ยืม (จะเรียกว่าให้เปล่า ก็คงกลัวอังกฤษ จะหน้าไม่เหลือ) ไปตั้งอยู่ในฐาน ที่สร้างบนบริเวณ ที่เป็นแผ่นดินของสกอต รวมทั้งระบบสกัดจรวด ซึ่งรัฐบาลสกอตแสดงความไม่พอใจมาตลอด เอาไว้ป้องกันอะไร ป้องกันใคร คนอ่านนิทานเดาออกน่า
ฉะนั้น ถ้าเขาหย่ากันจริง ฐานจรวดและระบบสกัด นี่มีหวังถูกเชิญให้ไปก่อนเพื่อน นอกจากค่าใช้จ่ายจะสูงจนอ่วมแล้ว ตามภูมิศาสตร์ อยู่ที่ตรงนั้นมันลงตัว หาที่ใหม่ ปวดหัวตาย ล้ม การ vote “YES” ง่ายกว่า ถูกกว่ามั้ง !?
อีกรายที่นั่ง ใจสั่นกับการตัดสินใจของพวกสกอต แต่ออกเสียงไม่ได้ ได้แต่ออกอาการ น่าจะเป็นพระนางอลิซาเบธ (Elizabeth) ของอังกฤษ พระนางรักสกอตแลนด์ มีปราสาทบัลโมรอล (Balmorals) ไว้พัก ผ่อนเป็นการส่วนพระองค์ ประชาชนใช้การไปพักผ่อนนี้เป็นเครื่องวัด เวลาพระราชวงศ์คนไหน พาเพื่อนคู่ใจไปพักผ่อนที่ประสาทนี้ ก็เป็นอันรู้กันว่า ได้ royal green light ให้เดินหน้าได้ ใครไม่ได้รับเชิญ ก็รู้ตัวว่าไฟแดงหลวงมาแล้ว เตรียมตัวเก็บของได้ แม้ชาวสกอตจะบอกว่า ถึงจะแยกกัน พระองค์ก็ยังดำรงฐานะกษัตริย์ของพวกเขาเสมอ แต่มันจะเหมือนเดิมหรือ เหมือนอาศัยที่คนอื่นเขาอยู่ ไม่ใช่ฐานะอย่างเราๆนะ แต่เป็นฐานะพระราชินีแห่งเกาะใหญ่ ไปอาศัยที่เขาอื่นไหวหรือ
สองสามเดือนที่ผ่านมา สื่ออังกฤษลงข่าวว่า พระนางอลิซาเบธพร้อมราชวงศ์ พยายามแต่งตัวด้วยชุดชาวสกอต ให้เห็นถึงความผูกพันของพระองค์ที่มีต่อชาวสกอต ความผูกพันนี้ไม่ใช่เพิ่งมีในสมัยพระองค์ แต่มันมีมาตั้งแต่สมัยพระนางวิกตอเรีย (Victoria) เจ้าแห่งจักภพอังกฤษตัวจริง หมายเลขหนึ่ง
เมื่อพระสวามี เจ้าชายอัลเบิร์ตตาย พระนางวิกตอเรียเศร้าโศกไม่สร่าง ไปอยู่สกอตแลนด์ แบบไม่แลอังกฤษเลย ทุกวันพระนางจะขี้ม้าไปตามทุ่งหญ้า ตามเนินสวยงามของสกอต โดยมีทหารม้าชาวสกอตเป็นคนจูงม้าและดูแลพระนาง คนอังกฤษ เรียกเขาว่า “มิสเตอร์ บราวน์ (Mr. Brown)”
มิสเตอร์ บราวน์ ดูแลเจ้านายของเขาอย่างดีมาก จนเป็นที่หมั่นไส้ของทุกคน เขากันไม่ให้ใครกวนพระ
นาง เพราะรู้ว่ากำลังอยู่ในความเศร้า ลูกเต้าก็ไม่ได้เจอ สื่ออังกฤษออกข่าวเหน็บ พระนางวิกตอเรียทุกวัน ถึงกับเรียกพระนางว่า มิสซิสบราวน์ ในที่สุดนายดิสเรลลี่ (Disraeli) นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ขณะนั้น ต้องมาเตือนพระนางว่า คนอังกฤษเขาอยากเห็นพระราชินีของเขาว่ายังมีอยู่ และอยู่ดีหรือ
พระนางวิกตอเรียตัดสินใจ กลับลอนดอน ไม่นานหลังจากนั้นมิสเตอร์ บราวน์ก็ถูกยิงตาย
ฝ่าย “NO” better together นำโดยอังกฤษและสกอตที่ปอดแหก หาเหตุสารพัดว่า ถ้าแยกออกมา สกอตน่ะจะลำบาก โดยเฉพาะเรื่องระบบ การเงิน ทำยังกับไม่ได้ใช้เงินปอนด์ แล้วจะจ่ายตลาดกันไม่ได้งั้นแหละ เข้า EU ก็ไม่ได้นะ อ้าวก็อังกฤษ ก็ทำท่าเหยียบเรือสองแคม จะตีจาก EU อยู่แล้ว
เรื่องของผัวเมีย ชาวบ้านอย่าไปยุ่ง ยิ่งเขาบอกจะหย่ากัน เราต้องยิ่งถอยห่าง แต่ กิ๊กใหญ่ เจ้าของจรวด ระงับความเสือกไม่อยู่ ปากบอก เราเคารพการตัดสินใจของชาวสกอต แต่ทำทุกอย่าง ไม่ให้ vote “YES” ชนะ ถ้าสกอตแยกตัวไป แล้วใครจะคุมน้ำมันบ่อใหญ่ที่ทะเลเหนือ เกิดเราพลาดท่า ตะวันออกกลางหลุดจากแผน หรือ รัสเซียปิดท่อ ชั่วดี น้ำมันทะเลเหนือ ก็พอช่วยไม่ให้ตื่นตูมกันนัก เขาจะหย่ากันหรือเปล่า เราช่วยไม่ได้ แต่เราต้องคุมบ่อน้ำมันทะเลเหนือ เหมือนเดิมเข้าใจไหม
เชื่อเถอะครับ หย่าไม่สำเร็จหรอก
แต่ถ้าเกิดสำเร็จ มันเป็น เครื่องวัดตัวสำคัญ เราคงได้เห็นอะไร ที่ไม่นึกไม่ฝันแน่ๆ และผมจะขอลาไปเมาสดุดีชาวสกอตสัก สี่ห้าวัน
หมายเหตุ : โพสต์ลงเพจนิทานเรื่องจริงฯ เมื่อวันที่ 17 เดือนกันยายน พ.ศ. 2557
ปรับปรุง แก้ไขใหม่ เดือนธันวาคม พ.ศ. 2559
(ตีพิมพ์ในนิทานเรื่องจริง เล่ม 10 ‘กลางสนาม’ หน้า 67)