แด่นักรบเงา ที่เสียสละแม้ชีวิต
เพื่อรักษาบ้านเมืองที่รักของเรา

Search

เล่ม 3 ‘เหยื่อ’

ไม่ตกสะเก็ด

ตอน 5

ย้อนกลับไป เมื่อตอนที่ญี่ปุ่นไปยึดเกาหลีได้ในปี ค.ศ.1895 และตีจีนกระเจิงกลับบ้าน …พวกไกจิ้น ฝรั่งชาติต่างๆ โดยเฉพาะอังกฤษ เริ่มหรี่ตามองญี่ปุ่น…

ไอ้หมอนี่ชักจะเรียนเร็วไปแล้ว แล้วอังกฤษก็หลอกญี่ปุ่นให้ทำสัญญามิตรภาพ เมื่อต้นปี ค.ศ.1902 เป็นสัญญาที่ดูเหมือนเอาไว้กันท่ากันชาวบ้าน และกันท่ากันเองด้วย ในสัญญาบอกว่า ญี่ปุ่นรับรู้ว่า อังกฤษมีผลประโยชน์ในจีน ส่วนอังกฤษก็รับรู้ว่า ญี่ปุ่นมีผลประโยชน์ในจีน และในเกาหลี และถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องไปรบกับใคร อีกฝ่ายก็จะส่งกำลังไปช่วย

เป็นสัญญาที่แสดงความเก๋าของอังกฤษอย่างยิ่ง …อังกฤษตาไว มองไกล เห็นหน่วยก้านญี่ปุ่นแล้ว.. ปล่อยให้ไปอยู่ข้างอื่นไม่ได้  ต้องเอามาอยู่ใกล้ตัว… อังกฤษ เตรียมพร้อมที่จะ “กันท่า” ญี่ปุ่นเรื่องจีน และพร้อมที่ “หลอกใช้” ญี่ปุ่นด้วย … เหมือนญี่ปุ่นจะยังไม่เข็ดเรื่องถูกฝรั่งหลอกใช้…

สำหรับอังกฤษ การทำสัญญากับญี่ปุ่น มันเป็นเรื่องยุทธศาสตร์กันท่าอย่างเดียว แต่สำหรับญี่ปุ่น …มันเป็นคนละเรื่องกัน ญี่ปุ่นปลาบปลื้มยิ่งนัก…

ญี่ปุ่นคิดว่า อังกฤษเป็นเพื่อนคนแรกของญี่ปุ่น… ที่เห็นคุณค่าและความสามารถของญี่ปุ่น ที่สำคัญ เป็นเพื่อนผมทอง ตาน้ำข้าวที่ญี่ปุ่นปลื้มหนักหนา…

ท่านที่อ่านนิทานเรื่อง “ต้มข้ามศตวรรษ” มาแล้ว คงจำกันได้ว่า ญี่ปุ่นลุกขึ้นไปรบรัสเซียในปี ค.ศ.1904 …..แต่ก่อนจะไปรบ ญี่ปุ่นไม่มีทุน คนที่ช่วยหาทุนให้ญี่ปุ่นคือ ชาวยิวชื่อเจคอบ ชิฟฟ์ (Jacob Schiff) ซึ่งเป็นหุ้นส่วนใหญ่ของ คูน โลบ แอนด์ โค (Kuhn Loeb & Co) บริษัทการเงินใหญ่ แห่งวอลสตรีท ที่เป็นร่างทรงของรอธไชลด์ (Rothschild) ผู้ปกครองของรัฐบาลอังกฤษ

รอธไชลด์มีแผนจะคิดบัญชีกับพระเจ้าซาร์นิโคลัส กษัตริย์ที่ปกครองรัสเซียและยึดน้ำมันรัสเซีย จึงต้องสร้างปฏิวัติให้รัสเซียน่วมก่อน…แต่ก่อนจะสร้างปฏิวัติรัสเซีย อังกฤษก็ยุให้ญี่ปุ่นที่กำลังอยากแสดงฝีมือ ให้ไปรบให้รัสเซียเซเสียก่อน

และทุกอย่างก็เป็นไปตามแผน ญี่ปุ่นบ้ายุ ไปรบรัสเซีย จนรัสเซียแพ้ เซแซดจริงๆ

พอจะเห็นรางๆ แล้วนะครับว่า ตั้งแต่เปลี่ยนนิสัย ไม่รักสันโดษ ญี่ปุ่นดูเหมือนไม่ชอบอยู่แบบเดี่ยวๆ และเรื่องก็เลยทำท่าจะเกี่ยวโยงกันไปหมด

เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 1 เกิดขึ้นในปี ค.ศ.1914 อังกฤษเปลี่ยนนโยบายกะทันหัน จากที่เคยคิดปิดล้อมรัสเซีย …ก็ไม่จำเป็นแล้ว เพราะรัสเซียเซแซดใกล้ล้ม อังกฤษเลยเปลี่ยนจากล้อมรัสเซียเป็น …เข้าไปต้ม หรือปล้น…ให้รู้แล้วรู้รอด และ…ไปล้อมเยอรมันแทน

เมื่อไม่ต้องรบรัสเซีย อังกฤษคิดไม่ตก ในอังกฤษเสียงแตก ฝ่ายหนึ่งบอก ญี่ปุ่นเป็นคู่แค้นรัสเซีย…. เราไม่รบรัสเซีย ก็ไม่ต้องชวนญี่ปุ่นมาร่วมก๊วน เพราะไม่ไว้ใจว่า ถ้าบอกให้ญี่ปุ่นคอยกันกองทัพเรือเยอรมัน ในแถวแปซิฟิก ญี่ปุ่นอาจจะฉวยโอกาสแย่งงับเกาะ เล็ก เกาะน้อยของเยอรมันแถวแปซิฟิกไป โดยอังกฤษ หันมางับไม่ทันก็เป็นได้ เหมือนกรณีงาบเกาหลีไปจากจีนนับว่า…. ฝ่ายนี้มองญี่ปุ่นได้ลึกซึ้ง

แต่อีกฝ่ายหนึ่งคือ หลอดวินสตัน เชอร์ชิลบอกว่า เหลวไหล เราไม่ชวนญี่ปุ่น แปลว่า เรากลัวเขาจนตีนจิกละสิ… แล้วอังกฤษก็เลยชวนญี่ปุ่นเล่นสงครามโลกครั้งที่ 1 ด้วยกัน

แปลว่า ชาวเกาะใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อยฯ คงกลัวญี่ปุ่น จนตีนจิกจริงๆ ฮาจริง

หลังจากออกคำชวนไปไม่ถึงสัปดาห์ ญี่ปุ่นไม่ให้เสียเวลา… ส่งหนังสือถึงเยอรมัน ให้เยอรมันถอยเรือออกไปจากแปซิฟิกให้หมด เยอรมันไม่ตอบ แต่สั่งให้กองกำลังของตนที่เกาะชิงเตา Tsingtao เตรียม พร้อม วันที่ 24 สิงหาคม ค.ศ.1914 ญี่ปุ่นก็ประกาศสงครามกับเยอรมัน และเคลื่อนพลไปยึดบรรดาเกาะต่าง ๆ ที่อยู่ในความครอบครองของเยอรมันเรียบหมด

ญี่ปุ่น ดูเหมือนจะให้ความร่วมมือกับฝ่ายสัมพันธมิตรในมหาสมุทรแปซิฟิกอยู่พักใหญ่ แต่หลังจากที่กวาดเอาเกาะของเยอรมันมาหมดแล้ว ญี่ปุ่นก็บอกขอพักเหนื่อยหน่อย … เมื่ออังกฤษขอให้ญี่ปุ่นส่งเรือมาช่วยรบที่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนกับทะเลบอลติก… ญี่ปุ่น ก็ปฏิเสธอย่างสุภาพ

เมื่อถูกต่อว่า… ญี่ปุ่นบอก มีปัญหาภายในกองทัพแก้ไม่ตก

นายทหารเรือของญี่ปุ่นส่วนใหญ่ จบมาจากเยอรมันทั้งนั้น แถมเยอรมันยังมาช่วยทำการฝึก การรบ การใช้อาวุธให้อีก ใครจะอยากไปรบกับครู …และในญี่ปุ่นเอง เริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ.1912 มาแล้ว มีเสียงบ่นว่า เราน่าจะเลิกสัญญาบ้าบอที่ไปทำกับอังกฤษเสีย แล้วมาผูกสัมพันธ์กับเยอรมันดีกว่า

เรื่องที่ญี่ปุ่นคิดเอาใจออกห่างไปอยู่กับเยอรมัน มีหรือจะไม่ไปถึงหูอังกฤษ อังกฤษยังแค่ลงบัญชีไว้ ยังไม่ถึงกับคิดบัญชี ญี่ปุ่นก็เลยแสดงความกร่างต่อ ด้วยการยื่นข้อเสนอ 21 ข้อต่อจีน ในปี ค.ศ.1915ระหว่างที่อังกฤษกำลังวุ่นกับสงครามอยู่ในยุโรป เหมือนกับญี่ปุ่นฉวยโอกาสลองของ ก็รู้อยู่แล้วตามสัญญาที่ทำกับอังกฤษว่า อังกฤษก็เล็งจีนอยู่ แบบนี้อังกฤษจะรับไหวหรือ… แล้วความสัมพันธ์ระหว่างอังกฤษกับญี่ปุ่น… ก็เริ่มหวานน้อยลง

แต่ญี่ปุ่นก็ไม่ได้สร้าง”รอย” ไว้แค่กับอังกฤษเท่านั้น

เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 1 จบลง …ฝ่ายผู้ชนะสงคราม ได้จัดประชุมขึ้นที่ปารีส เมื่อวันที่ 18 มกราคม ค.ศ.1919 เพื่อจัดการแบ่งสมบัติของฝ่ายผู้แพ้ ปรับค่าทำสงคราม จัดหาบ้านให้ยิว ฯลฯ และเรื่องจัด ตั้ง League of Nations (LON) เพื่อจะให้เป็นหน่วยงานสากลระหว่างประเทศ (ต้นกำเนิดของสหประชาชาติ) ในการดูแลแก้ไขข้อขัดแย้งระหว่างประเทศ ฯลฯ

ในเรื่องการแบ่งสมบัติ… ญี่ปุ่นคิดว่า ตนเองควรจะได้บรรดาสมบัติของเยอรมันในแปซิฟิก ที่ตัวไปออกแรงยึดมา แต่กรรมการแบ่ง… นำโดยอังกฤษ กลับจัดให้ครึ่งเดียว …อีกครึ่งยกให้ออสเตรเลียที่ไม่ได้ทำอะไร แต่ก็ได้รางวัล เพราะเป็นเครือเดียวกับอังกฤษ …ญี่ปุ่นเลือดขึ้นหน้า แต่น้ำตาตกใน เพิ่งสำนึกถึงสถานะจริงของตัว

แหม หลงนึกว่า เขานับเราเป็นเพื่อนซี๊ แบบนี้ไม่ให้จี๋หลวมได้ยังไง

นอกจากได้สมบัติมาครึ่งเดียว ระหว่างที่ประชุมเรื่อง League of Nations ญี่ปุ่นเกิดข้องใจ ไปเจอข้อ ความในร่างข้อบังคับของ LON ที่เขียนเหมือนเป็นการหมิ่น หรือกีดกันเชื้อชาติ… คิดว่าตนก็เพิ่งโดนมา จึงออกอาการ ทำการประท้วงยาวเหยียด แต่อเมริกาโดยประธานาธิบดีวูดโรว์ วิลสัน (Woodrow Wilson) ในฐานะประธานและประเทศมหาอำนาจใหญ่กว่า บอกว่า แม้จะมีการออกเสียงโดยเสียงข้างมากเห็นชอบ ให้แก้ไขตามที่ญี่ปุ่นเสนอ แต่พณฯ จากประเทศมหาอำนาจใหญ่กว่าญี่ปุ่น เห็นว่าการแก้ ไขต้องได้คะแนนเสียงเอกฉันท์….ประเด็นคะแนนเสียงเอกฉันท์นี้ เป็นความเห็นพ้อง หรือสำทับมาจากอังกฤษ

อเมริกาเองกำลังจะอ่อนให้ญี่ปุ่นอยู่แล้ว เลยต้องแข็งกลับ ญี่ปุ่น ก็เลยเก็บของกลับบ้าน รีบมาหาน้ำใบบัวบกกิน แก้ช้ำใจ

นักประวัติศาสตร์บอกว่า เรื่องที่ประชุมที่ปารีสนี้ คาใจญี่ปุ่นยิ่งนักและเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้เชื้อความรุกรานของญี่ปุ่น รุนแรงขึ้นทุกวัน ในที่สุดก็พัฒนามาเป็นการเข้าร่วมทำสงครามโลกครั้งที่ 2

Scroll to Top