แด่นักรบเงา ที่เสียสละแม้ชีวิต
เพื่อรักษาบ้านเมืองที่รักของเรา

Search

“ ฉิบหายแน่ ”

บทสรุปส่งท้าย (10)

เมื่อนายใบตองแห้งโอบามา ประกาศยุทธศาสตร์ Pivot to Asia
ในปี คศ 2012 นั้น…ในปีเดียวกันนั้น บังเอิญเป็นปีที่คุณพี่ปูติน
กำลังหาเสียงเพื่อจะเป็นประธานาธิบดีของรัสเซีย (รอบ 2 ) ด้วย
(รอบแรก ปี คศ 2000 – 2008)

คุณพี่ปูตินประกาศว่า ถ้าเราได้เป็นประธานาธิบดี เรามีนโยบาย
ที่จะให้รัสเซียขยายการสำรวจทรัพยากร การลงทุน และสร้างเขต
เศรษฐกิจเพิ่ม โดยขยายตัวไปทางด้านตะวันออกไกลของยูเรเซีย
โดยในตอนนั้น คุณพี่ปูตินเรียกนโยบายนี้ ว่า Pivot to the Far East

ทั้ง 2 แผน ดูเผินๆ เหมือนจะคล้ายกัน แต่เป้าหมายต่างกันโดยสิ้นเชิง

Pivot to Asia ของฝ่ายปากเหม็น เป็นยุทธศาตร์ทางด้านความมั่นคง
เป็นการเตรียมพร้อมในการข่มขู่ รับมือ หรือพร้อมรบ ในโซนแปซิฟิค
(ยุทธศาสตร์การทำลาย)

แต่ Pivot to the Far East ของรัสเซีย เป็นแผนการขยายตัวทางด้าน
การพัฒนาทางเศรษฐกิจ การค้าขายและการลงทุนของรัสเซีย
รวมทั้งการร่วมทุน กับผู้ที่มีความสนใจจะร่วมด้วย
(ยุทธศาสตร์การสร้างสรร)

แล้วคุณพี่ปูติน ก็ได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีใน ปี คศ 2012
และเป็นต่ออีกหลายสมัยจนถึงปัจจุบันนี้ (คศ 2023)

เมื่อตอนที่คุณพี่ปูตินประกาศนโยบายนี้ออกมาในปี คศ 2012 นั้น
สื่อฝั่งตะวันตกพากันออกข่าวเหน็บแนม ว่ารัสเซียกำลังแก้เกี้ยว
หรือ เอาอย่างยุทธศาสตร์ Pivot to Asia ของบ้านปากเหม็น …
รัสเซียไม่มีอะไรในกอไผ่หรอก …มีแต่ลมปากทั้งนั้น
แต่จริงๆ แล้ว ฝ่ายบ้านปากเหม็น ก็จ้องเขม็งตามประกบติด
ต่อการก้าวเลี้ยวไปทางตะวันออกไกลของรัสเซีย อย่างไม่กระพริบตา
ว่ามันจะเป็นเรื่องจริงจังขนาดไหน

เมื่อฝ่ายบ้านปากเหม็น เล่นเกมกระแทกใส่รัสเซียจนเซ
ผ่านปฏิวัติสีส้ม 2 ของยูเครนในปี คศ 2014 …
แต่ดูเหมือนรัสเซียจะไม่ได้เซถึงขนาดอย่างที่บ้านปากเหม็นต้องการ

ในปี คศ 2015 เดือนกันยายน … รัสเซียกลับจัดให้มีการประชุมใหญ่ขึ้น
เรียกว่า Eastern Economic Forum (EEF)
ที่เมืองวลาดิวอสสต๊อก (Vladivosstok)
ซึ่งเป็นเมืองท่าขนาดใหญ่มากของรัสเซีย ที่อยู่ตรงบริเวณ
เกือบปลายสุดทางตะวันออกไกลของรัสเซีย (Far East)

การประชุมดังกล่าว นับเป็นการประชุม EEF ครั้งแรกของรัสเซีย
โดยคุณพี่ปูตินประกาศในการประชุมว่า …ทางด้านตะวันออกไกล
ของ “ยูเรเซีย” ซึ่งหมายถึงตั้งแต่บริเวณไซบีเรียด้านบน
ยาวไปถึงเกาะซาคาลิน (Sakalin) ของรัสเซียนั้น
ยังมีทรัพยากรอีกมากมาย ที่ยังไม่ได้ทำการสำรวจ
และนำมาใช้ประโยชน์อย่างจริงจัง …
รัสเซียเตรียมพร้อมที่จะดำเนินการดังกล่าว และยินดีอย่างยิ่ง
ที่มิตรประเทศทั้งหลายของรัสเซีย จะเข้ามาร่วมในการพัฒนา
บริเวณดังกล่าวด้วยกัน และโครงการพัฒนานี้ จะนับเป็นโครงการ
ที่สำคัญยิ่งของรัสเซีย สำหรับตลอดศตวรรษ ที่ 21 !!!

การประชุมครั้งนั้น มีผู้มาเข้าร่วมประชุมทั้งหมด ประมาณหนึ่งพันคน
โดยทางจีนมาเข้าร่วมด้วยมากที่สุด ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
และยังมีผู้สนใจจาก ญี่ปุ่น เกาหลี อาเซียน และพวกตะวันออกกลาง
เข้าประชุมด้วย…มีการทำสัญญาเชิงธุรกิจและร่วมทุนกัน ถึง 60 สัญญา
จำนวนรวมประมาณ 18.3 พันล้านเหรียญ

แน่นอน ฝ่ายบ้านปากเหม็นบอกว่า แป่วว่ะ
ปูตินฝันเฟื่อง เพ้อเจ้ออย่างน่าสมเพช
ไอ้ที่อ้างว่ามีการเซ็นสัญญาเยอะแยะ …ก็ จีนช่วยทั้งนั้น

ดูเหมือนเสียงนกเสียงกาของบ้านปากเหม็น ไม่ได้ทำคุณพี่ปูติน
สะทกสะเทือนแต่อย่างใด …เดือนกันยายน ปี คศ 2016
คุณพี่ปูตินจึงได้จัดให้มีการประชุม EEF อีก เป็นครั้งที่ 2
ที่เมืองวลาดิวอสต๊อกเช่นเคย
คราวนี้ มีตัวแทนจาก 56 ประเทศเข้าร่วมประชุมด้วย

และประเทศที่ให้ความสนใจอย่างมาก คือ ญี่ปุ่น…
ที่ขนโขยงกันมามากที่สุด ถึง 246 คน…เพราะ หมู่เกาะซาคาลิน
ของรัสเซีย อยู่ห่างจากหมู่เกาะฮอกไดโด (Hokkaido) ของญี่ปุ่นแค่คืบ
พวกเขาคงมองเห็นโอกาสที่จะร่วมมือ …ทำอะไรด้วยกันไม่น้อย

นายชินโซะ อาเบะ (Shinzo Abe) นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นขณะนั้น
เป็นผู้นำทีมนักธุรกิจของญึ่ปุ่นมาเอง และได้มีการคุยนอกรอบ
กับคุณพี่ปูติน ถึงความเป็นไปได้ ของการร่วมงาน
ระหว่างรัสเซียกับญึ่ปุ่น เกี่ยวกับด้านพลังงาน
ที่สามารถเชื่อมต่อกันระหว่าง 2ประเทศเป็บแบบวงแหวน
โดยเฉพาะ เรื่องการส่งไฟฟ้าจากฝั่งรัสเซียมาให้ญี่ปุ่น
ที่แสดงทีท่า ว่าอาจมีระยะห่างขึ้นจากบ้านปากเหม็น …
เพื่อมาร่วมลงทุนกับรัสเซีย

นี่ยังไม่นับเรื่องการร่วมลงทุนของจีน ซึ่งงอกเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ
โดยจีนและรัสเซีย เตรียมพร้อมที่จะตั้งหน่วยงาน China and the Eurasia
Economic Union (EAEU) เพื่อการพัฒนาทางด้านยูเรเซียโดยเฉพาะ
เพราะสามารถ เชื่อมต่อกับโครงการ OBOR (One Belt One Road)

โครงการ EEF ชักจะเริ่มดัง …ทรัพยากรของรัสเซียทางด้าน
ตะวันออกไกลยังมีเหลือเฟือน่าสนใจอย่างยิ่ง …และแน่นอน
ต้องมีใครไม่พอใจ และไม่สบอารมณ์อย่างยิ่งเช่นกัน

รัสเซียเดินหน้าจัดการประชุม EEF ต่อไปทุกปี
และ มีจำนวนผู้สนใจเข้าร่วมประชุมและ ร่วมลงทุนกับรัสเซีย
มากขึ้นทุกปี

การประชุมในปี คศ 2019 …มีผู้เข้าร่วมประชุมเพิ่มขึ้นอย่างมาก
มาจาก 65 ประเทศ และมีผู้เข้าร่วมประชุม กว่า 8,500 คน …
จากเอเซีย ตะวันออกกลาง และแม้กระทั่งจากประเทศกลุ่มอียู
เช่น ไอ้นิ้วก้อย เยอรมัน ฝรั่งเศส อิตาลี ออสเตรีย เนเทอร์แลนด์
เดนมาร์ก ออสเตรีย ฯลฯ มาเข้าร่วมประชุมด้วย
ไม่รู้ว่าเพื่อมาสอดแนม หรือ กลัวตกรอบ…

ยูเรเซีย …ยั่วยวน หอมหวลโชยไปไกล
มากว่า 200 ปีแล้ว แต่ยังไม่หมดเสน่ห์เลยนะ

การประชุม EEF ในปีนั้น …ไอ้นิ้วก้อยแสดงความสนใจ
อย่างออกนอกหน้า มันขนเอานักเศรษฐศาสตร์บ้านตัว มาวิเคราะห์
ถึงความเป็นไปได้ ของหลายโครงการที่รัสเซียเสนอ

แต่ที่ตามติดและเอาจริงที่สุด นอกเหนือจากจีนแล้ว …คือ ญี่ปุ่น

ในปี คศ 2019 นายอาเบะ ถึงกับขึ้นเวที พร้อมกับกล่าวสุนทรพจน์
ที่ฟังดูน่าซาบซึ้ง …(จนน่าจะมีใครทนฟังไม่ได้ หรือ รับไม่ได้)

“… I want you to spread the wings of imaginations …
and see the new opportunities Japan can bring into your future.
Let us create history together, let us pave the way…”

แปลเป็นไทยตามภาษาผม ก็คงทำนองนี้มังครับ

“…เราต้องการให้ท่าน(รัสเซีย) กางปีกของจินตนาการที่กว้างใหญของท่าน
และมองว่าเราญี่ปุ่น จะสามารถเข้าไปมีส่วนสร้างอนาคตของท่านอย่างไร
เรามาร่วมสร้างประวัติศาสตร์ด้วยกันเถิด …เรามาช่วยกันหาทาง…”

และ นายอาเบะ ยังกล่าวเสริมภายหลังว่า สัมพันธภาพระหว่าง
รัสเซียกับญี่ปุ่น ได้คืบหน้าไปอย่างรวดเร็ว อย่างที่เราไม่เคยมีมาก่อน
เรามีโครงการที่จะคุย กับประธานาธิบดีปูติน ประมาณ 150 โครงการ
ครึ่งหนึ่งของโครงการเหล่านั้น ได้มีการเริ่มต้นไปแล้ว หรือ กำลังจะเริ่ม…

มันเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะ ญี่ปุ่นกับรัสเซีย
มีเรื่องบาดหมางกันมานานแล้ว จากการยุแยงของพวกตะวันตก
แต่ถ้ารัสเซียกับญี่ปุ่นได้สามารถจับมือกัน รวมทั้งร่วมกับจีนได้ด้วย
ไอ้ปากเหม็น มันคงเหนื่อยอย่างแสนสาหัสแน่ทางด้านแปซิฟิก !!!
และ นั่นคงไม่ใช่สิ่งที่ไอ้ปากเหม็น มันอยากจะให้เกิดขึ้น

หลังจากการประชุมครั้งนั้น มีข่าวว่านายอาเบะเอาจริง
เขาไม่ได้พูดเล่น เขาได้มีการปรึกษาหารือกับคุณพี่ปูตินอีกหลายรอบ
แล้วปลายปี คศ 2019 … นายอาเบะ ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น
ที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุด ก็เจอมรสุมในบ้าน…
เขาถูกกล่าวหาเกี่ยวกับการฉ้อโกง แต่ก็ยังได้รับการเลือกตั้ง
ให้เป็นนายกรัฐมนตรีในปี คศ 2020 …
ไม่กี่เดือนหลังจากการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี
เขาได้ยื่นใบลาออก ด้วยเหตุผลทางสุขภาพ
หลังจากนั้นก็ใช้ชีวิตอย่างเงียบ โดยพยายามไม่เกี่ยวข้อง
กับการเมืองของญึ่ปุ่น ?!?

แล้วนายอาเบะ ก็ถูกยิงตาย …ใน ปี คศ 2022
ระหว่างที่กำลังช่วยหาเสียง…
ให้กับพรรคพวกในพรรคการเมืองที่เขาสังกัด
มือปืนยิงนายอาเบะไป 2 นัด …นัดเแรกเฉี่ยวไป
โดยนายอาเบะเอี้ยวตัวหลบ และนัดที่ 2 ก็เข้ากลางอกเขา

มือปืนถูกจับตัวได้ทันที …จากการสอบสวนต่อมา
มือปืนอ้างว่า ไม่มีใครจ้างวานเขา ปืนก็เป็นปืนที่เขาทำขึ้นเอง
สาเหตุที่เขายิงนายอาเบะ มันเกี่ยวกับเรื่องโบสถ์ของนิกายหนึ่ง
ซึ่งตัวเขาไม่ชอบเลย เพราะทำให้แม่เขาเข้าไปศรัทธาอย่างลุ่มหลง
แบบถูกย้อมสมองจนหมดเนื้อหมดตัว
และนายอาเบะ ก็ไปสนับสนุน หรือเกี่ยวข้องกับโบสถ์นั้น…

ก็เป็นข้ออ้างในการฆ่าคน ที่แปลกพิลึกเอาการ
และ ก็มีผู้สงสัย เกี่ยวกับข้ออ้างนั้นไม่น้อย…
แต่ทางการญี่ปุ่นบอกว่า เราไม่ได้จับผิดตัว
มีพยานเห็นทั้งถนน ตอนที่นายอาเบะถูกยิง!!!

การถูกยิงตายของนายอาเบะ จะมาจากเหตุอะไร
เราคงไม่สามารถรู้ได้แน่ชัด …แต่นโยบายของนายอาเบะ
ที่จะให้ญี่ปุ่น ร่วมพัฒนาและลงทุนกับรัสเซีย…ก็ได้ล้มเลิกไป…
และญี่ปุ่นกับรัสเซีย ก็กลับมามีเรื่องบาดหมางกันเหมือนเดิม

การประชุม EEF ปีที่ 5 หรือ ในปี คศ 2019 นั้นดังระเบิดจริงๆ
ทั้งจำนวนผู้ที่เข้าประชุมที่สูงเกิดคาด
รวมทั้งจำนวนสัญญาข้อตกลงที่เกิดขึ้นในวันประชุมนั้น
แต่ฝ่ายตะวันตก โดยเฉพาะไอ้ปากเหม็น ก็ยังปากแข็ง
สื่อค่ายตะวันตก บอกว่าเราไม่เชื่อว่ารัสเซียจะก้าวหน้าไปไกลได้ขนาดนั้น
ปูตินฝันหวานบ้าง เพ้อเจ้อ เพราะอยากจะขึ้นมาทาบรัศมี
กับบ้านปากเหม็น

แต่จริงๆ แล้ว ปี คศ 2019 …เป็นปีที่ไอ้ปากเหม็นมันคิดหนัก
เกี่ยวกับเรื่องรัสเซีย แม้ในช่วงนั้น ประธานาธิบดีของบ้านปากเหม็น
จะเป็นท่านเป็ดหน้าสีส้ม ที่มีข่าวว่าออกจะอี๋อ๋อ กับคุณพี่ปูตินของผม
ไม่น้อยเลยก็ตาม

ทำให้เราน่าจะมองเห็นเข้าใจได้ ว่าผู้นำของบ้านปากเหม็น
ก็น่าจะไม่ต่างกับเป็นหัวโขน เปลี่ยนหัวใส่ให้มันดูหลากหลาย
จะสีน้ำเงิน หรือ สีแดง มันก็ไส้ในอันเดียวกันทั้งนั้น
แค่เอาสีเอาหัวโขนมาหลอกชาวบ้าน ให้จับทางไม่ได้
สับสนมึนงง วิจารณ์กันแตกฟองไปเท่านั้น …
แต่นโยบายหรือเป้าหมายสำคัญ ของบ้านปากเหม็นไม่เคยเปลี่ยน
แม้ว่าจะผ่านไปนานเกือบ 80 ปีนับแต่สงครามโลกครั้งที่ 2
จบสิ้นลงแล้วก็ตาม

แล้วสายเหยี่ยวของบ้านปากเหม็น ก็เริ่มแผนปฏิบัติการใหม่
เมื่อนายโจเหี่ยวปากเหม็น มาเป็น ปธนในปี คศ 2021

สิ่งแรกที่นายโจเหี่ยวทำ คือ เตรียมจัดการกับหมาป่ากลางทุ่งหญ้า
ซึ่งนายโจเหี่ยวหมายถึงรัสเซีย และ ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ก่อนหน้านั้น
ว่าอเมริกา ควรจัดการกับหมาป่ากลางทุ่งหญ้าเสียให้จบสิ้น…
มากกว่าจะไปเสียเวลา จัดการกับพวกหมาป่าแถวหน้าบ้าน
(หมายถึงพวกไอซิสของตะวันออกกลาง) ที่ไม่มีพิษสงจริงจัง…
โดยเตรียม “จัดการ” กับรัสเซีย หมาป่ากลางทุ่งหญ้า…
แบบเหยียบคันเร่งอย่างเต็มแรงพุ่งเข้าใส่ …
ด้วยการใช้หมากชื่อยูเครน เป็นหัวชนวนที่จุดติดง่าย
พร้อมกับการคว่ำบาตรใส่รัสเซีย อย่างสุดแรงของพวกยุโรป

ดูสิว่า “มัน” จะรอดไหม

นอกจากรัสเซียจะรอดแล้ว …รัสเซียยังเดินสารพัดหมาก
สารพัดยุทธศาสตร์ เพื่อให้ฝ่ายปากเหม็นสับสน …
และรัสเซีย ยังจับมือกับอาเฮียเพื่อนรัก หรือ คู่แฝดมหัศจรรย์
เดินหมากล้อม …ชวนเอาประเทศต่างๆ ที่อึดอัด
กับ “ยุทธศาสตร์ หรือ นโยบายทำลาย” ของไอ้ปากเหม็น…
ให้จับมือคืนดีมีไมตรีต่อกันใหม่ เพื่อเป็นมิตรร่วมทาง
ไปสู่การจัดระเบียบโลกใหม่ …
ที่ไม่ใช่มีแต่มหาอำนาจหนึ่งเดียว เป็นผู้กำกับความเป็นไป
ของทั้งโลกด้วยความคิดที่เหมือนกับกลั่นออกมา…
จากสากกะบวยจริงๆ

20 พฤศจิกายน 2566

Scroll to Top