แด่นักรบเงา ที่เสียสละแม้ชีวิต
เพื่อรักษาบ้านเมืองที่รักของเรา

Search

“ ฉิบหายแน่ ”

บทสรุปสุดท้าย (19/2)

บทความต่างๆของบ้านปากเหม็น เกี่ยวกับเรื่องการศึกษา
โครงการ War & Peace อ้างว่า เมื่อตอนที่พวก CFR เริ่มศึกษาโครงการนั้น
พวกเขามอง “บริเวณดินแดน” ที่บ้านปากเหม็นจะต้องให้ความสนใจ
คือ “เพียง” บริเวณทวีปอเมริกา เหนือและใต้ …
รวมทั้งอาณานิคมของเขา คือ เกาะ Guam, หมู่เกาะ Guano,
Philippines, Puerto Rico และ Vergin Islands เท่านั้น

แต่พอสงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่มเล่นไปไม่นานเท่าไหร่ …
ชาวโลกก็ถึงกับช็อครับประทานกันเป็นแถว…
เมื่อรู้ว่ากองทัพของนาซีเยอรมัน ใช้เวลาเพียง 6 สัปดาห์
ก็สามารถยึดฝรั่งเศสได้ ในช่วงเดือนมิถุนายน คศ 1940
ขณะที่ในตอนนั้น ทุกฝ่ายเชื่อกันว่ากองทัพของฝรั่งเศสนั้น
แข็งแกร่งเรี่ยมแร้ ที่สุดในยุโรป

และสถานการณ์ดังกล่าว …ก็ทำให้กลุ่ม CFR ที่ติดตาม
เรื่องสงครามโลกอย่างใกล้ชิด … ถึงกับประเมินว่า…
แบบนี้ แม้แต่เกาะนิ้วก้อย รวมทั้งกองทัพเรือทั้งหมดของเกาะนิ้วก้อย
ที่อ้างว่ายิ่งใหญ่นัก และบรรดาอาณานิคมของมัน …
ก็อาจไม่รอดจากเงื้อมมือของฮิตเล่อร์

และกลุ่มทุนใหญ่ของบ้านปากเหม็น จึงเร่งรีบหารือกัน
เพื่อเตรียม “ปรับ” แผนใหม่และปรับแบบขนานใหญ่
เกี่ยวกับการสร้างตาข่ายดักเหยื่อและ แนวทางการวางหม้อต้ม
และเรื่องอื่นๆที่จะอาจจะตามมา(อีกเพียบ)

ประเด็นใหญ่ๆ ที่พวก CFR นำมาพิจารณาหารือกัน สรุปได้ดังนี้

: ปัญหาของเรื่องการอยู่แบบสันโดษ หรือแบบพึ่งพาตนเอง
โดยไม่ยุ่งกับผู้อื่นของบ้านปากเหม็น นั้น
ซึ่งต่อไปในอนาคต อาจจะกลายเป็นการสร้างปัญหา
เกี่ยวกับเรื่องการแข่งขันกัน ทางด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ…
ซึ่งเป็นเรื่องที่บรรดากลุ่มทุนใหญ่ ให้ความสนใจ
และถกเถียงกันมากมาย มาเป็นเวลานานเกือบ 10 ปี แล้วนั้น
แต่ก็ยังหาข้อสรุปที่ลงตัวไม่ได้… จะมีข้อสรุปกันอย่างไร

: ซีกโลกฝ่ายตะวันตก…จะสามารถอยู่ได้ด้วยตนเอง
ทางด้านเศรษฐกิจได้หรือไม่… หรือ ซีกโลกฝ่ายตะวันตก
จำเป็นต้องทำมาค้าขาย กับซีกโลกส่วนอื่นด้วย …
เพื่อรักษา หรือ สร้าง …ความร่ำรวยของตนเองไว้ได้อย่างต่อเนื่อง

: การดำรงอยู่ได้ด้วยตนเอง (self-contained) ของซีกตะวันตก …
เปรียบเทียบกับการดำรงอยู่ ของซีกตะวันตก…ที่ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของเยอรมัน (German- controlled) …แตกต่างกันอย่างไร

: และเรื่อง “สำคัญที่สุด” คือ บ้านปากเหม็น “ต้องการ” ทรัพยากร
ของโลก จากบริเวณใดบ้าง และในปริมาณเท่าใด …
ที่จะทำให้บ้านปากเหม็น สามารถรักษา “อำนาจ” และ “ความมั่งคั่ง”
ตามที่ตนเองต้องการไว้ได้

และช่วงหน้าร้อน ของปี คศ 1940…
พวก CFR กลุ่มที่มีหน้าที่ ศึกษาเรื่องเศรษฐกิจและการเงิน
ก็ทำการวิเคราะห์ และ อธิบายถึงประเด็นต่างๆข้างต้น อย่างละเอียด
ให้กับคณะทำงานต่างๆ ของทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายนายทุนใหญ่ของประเทศ
โดยสรุปคร่าวๆ ได้ดังนี้….

“…ถ้าเราแบ่งบริเวณของโลกนี้ ออกเป็นส่วนๆ …
และ พิจารณาองค์ประกอบของแต่ละส่วน
โดยเฉพาะเกี่ยวกับปัจจัยสำคัญ 4 อย่างคือ:
บริเวณสถานที่, วัตถุดิบ, การผลิต , และการค้าและการตลาด
แล้วเอาต้นทุนรายรับรายจ่าย ของบริเวณส่วนนั้น …มาคิดคำนวณดู…
จะเห็นว่า การจะอยู่ได้ด้วยตนเอง “และ” ทำให้เกิดความร่ำรวย
มั่งคั่งมั่นคงด้วยนั้น…จะเป็นไปไม่ได้เลย !!
เพราะ “ไม่มี” ส่วนใดในโลก ที่มีปัจจัยครบถ้วน “ทั้ง 4 อย่าง”
การที่จะทำให้มีพร้อมครบถ้วนเช่นนั้น
จำเป็น “ต้องพึ่งพา” บางปัจจัย จากบริเวณส่วนอื่นด้วย

ยกตัวอย่าง เช่น เกาะนิ้วก้อย …ซึ่งนับว่าเป็นมหาอำนาจใหญ่
อันดับ 1 ในขณะนั้น …และมีความสามารถสูงในการผลิต …
แต่เกาะนิ้วก้อย ก็ยังต้องอาศัยวัตถุดิบจากอาณานิคมของตนเอง
ที่อยู่ในบริเวณ “ส่วน” อื่นๆ มาใช้ในการผลิต…
เมื่อผลิตแล้ว ก็ต้องส่งไปขาย ในบริเวณ “ส่วนอื่น”
ที่อาจไม่ใช่เป็นอาณานิคมของตนเอง …อีกต่อหนึ่ง …
จึงสามารถทำให้ เกาะนิ้วก้อย “มีกำไร” ร่ำรวยได้

ดังนั้น … ถ้าเราสามารถ เอาเกาะนิ้วก้อย…
ที่เป็นมหาอำนาจ อันดับ 1 (และเป็นผู้ผลิต บวก ตลาด)
และ ประเทศยุโรปอื่น (ที่เป็นผู้ผลิต บวก ตลาด)
และ อาณานิคมของเกาะนิ้วก้อย (ที่มีวัตถุดิบ หลากหลาย)
และ บริเวณแปซิฟิก (ที่มีวัตถุดิบมากมาย บวกเส้นทางขนส่งทางน้ำ)
มาอยู่ในการ “ควบคุม” ของเราได้…

ถ้าเราสามารถทำเช่นนั้นได้ …
มันก็คือ “การได้การควบคุม” การทำมาค้าขายระหว่างกัน…
มันก็เป็นความเพียงพอในระดับใหญ่ ขึ้นมาอีก

ขณะเดียวกัน… ถ้าเราจะ “ครอบครอง” หรือ “ควบคุม” เศรษฐกิจโลก
หรือ ควบคุม “ทุนของ(ทั้ง)โลก” ให้อยู่ในกำมือของเรา
ซึ่งเป็นความเพียงพอของเราในรูปแบบใหม่ของเรา
ไม่ใช่เพียงระดับ “ส่วน” …
แต่มันต้องเป็น “ระดับทั้งโลก” จึงเป็นความเพียงพอของเรา…
มันคือการที่ เราต้องเป็น “ผู้ควบคุมโลก” แต่เพียงผู้เดียว
โดยเราจะต้องเลือกเอา แต่ละส่วน หรือ แต่ละบริเวณ ในโลกนี้
มาประกอบกัน ให้เราได้ทั้ง 4 ปัจจัย อย่างครบถ้วน
ตามที่เรา “ต้องการ” มาอยู่ใน “กำมือ” ของเรา

และในการดำเนินการเช่นนั้น …
เราจะต้องวางยุทธศาสตร์ ในการเลือก “มิตร” และ “ศัตรู”
และ “เลือกเวลา” ให้ ใคร เป็นมิตร และเป็นศัตรู อีกด้วย

แปลว่า… เราต้องร่วมเข้าทำสงครามโลกด้วย
และเข้าทำสงคราม ในจังหวะเวลา ที่เป็นคุณแก่เรา

โดยสรุป คือ เราต้องเป็นผู้กำหนด
และ ควบคุม “ทุก” สถานการณ์
ของสงครามโลก ครั้งที่ 2

และ เราต้องวางยุทธศาสตร์ ในการเลิกสงคราม ไว้ล่วงหน้า
ในจังหวะเวลา ที่ทำให้เราสามารถใช้อำนาจของเรา
เพื่อควบคุมให้การเกิดสันติภาพนั้น เป็นไปตามรูปแบบที่เรา
ต้องการอีกด้วย…”

แล้วกลุ่ม CFR ก็ปรับแผนใหม่ เพื่อกำหนดบริเวณ หรือ พื้นที่
ซึ่งบ้านปากเหม็น …จำเป็นต้องมี และควบคุมได้ (Grand Area)
เพื่อให้มีอำนาจในการควบคุมโลก หรือ ครองโลก
ตามความเพียงพอในรูปแบบของบ้านปากเหม็น…
หรือ ของกลุ่มทุนใหญ่ …ที่ควบคุมบ้านปากเหม็นอีกต่อหนึ่ง

แผน หรือ ยุทธศาสตร์ใหม่ ที่กลุ่ม CFR ปรับปรุงใหม่
เพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายของการครองโลก …สรุปได้ดังนี้

: ต้องทำให้เยอรมันเป็นผู้แพ้สงคราม …และต้องทำให้เกาะนิ้วก้อย
เป็นผู้ชนะสงคราม…โดยต้องดำเนินการให้การรบระหว่าง 2 ฝ่าย …
เป็นการรบที่ดุเดือด …และใช้เวลานานพอสมควร
เพื่อให้การชนะสงครามของเกาะนิ้วก้อย …จะต้องเป็นการชนะ…
แบบหืดขึ้นคอ ไม่ใช่ชนะแบบฉลุย

: เพื่อให้ผลของการรบระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย เป็นไปตามแผนข้างต้น
บ้านปากเหม็นจะต้องให้การสนับสนุน กับเกาะนิ้วก้อยอย่างเต็มที่
ในทุกรูปแบบ ในการสู้รบกับเยอรมัน …
ขณะเดียวกัน ก็ต้องให้การสนับสนุนกับสหภาพโซเวียตอย่างเต็มที่
เพื่อให้กระหนาบกองทัพเยอรมันอีกด้านหนึ่ง
รวมทั้งให้การสนับสนุนพันธมิตรฝ่ายเดียวกัน เช่น ฝรั่งเศส และอื่นๆ
เพื่อไม่ให้การรวมกลุ่มผนึกกำลังของฝ่ายพันมิตร แตกแถวแตกแนว

ขณะเดียวกัน “นายทุนใหญ่” ของบ้านปากเหม็น
จะเป็นผู้ให้การสนับสนุนแก่ฝ่ายเยอรมัน…ผ่านรูปแบบการค้าขาย …
สิ่งจำเป็นที่เยอรมันต้องการในการรบ เช่น น้ำมัน ยางดิบ อาวุธบางประเภท ฯลฯ
ซึ่งในช่วงนั้น นายทุนใหญ่ฯ จะสามารถทำได้
เพราะบ้านปากเหม็นจะยัง “ไม่เข้า” ร่วมทำสงคราม …
จึงไม่มีขัอห้ามทางด้านกฏหมายระหว่างประเทศ

: เพื่อให้เกาะนิ้วก้อย ทำสงครามในบริเวณยุโรป …
อย่างไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง โดยเฉพาะเป็นห่วงอาณานิคมของตัว
ที่อยู่ในบริเวณเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ …
บ้านปากเหม็น จึงจะต้องเป็นผู้ดูแลความมั่นคงของบริเวณเอเซีย
ตะวันออกเฉียงใต้ “ทั้งหมด” เอง

ขณะเดียวกัน ปัญหาเกี่ยวบริเวณเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ดังกล่าวนั้น
ยังขึ้นอยู่กับยุทธศาสตร์ ของฝ่ายญี่ปุ่นด้วย …
ว่าญี่ปุ่นมีความปรารถนาในการสู้รบและยึดครองบริเวณใดในโลกนี้
คือ บริเวณด้านตะวันออกเฉียงเหนือของสหภาพโซเวียต
หรือ บริเวณด้านตะวันออกเฉียงใต้ของแปซิฟิก

แผนของบ้านปากเหม็นในเรื่องญี่ปุ่น… คือ ต้อง “จัดการ”
ไม่ให้ญี่ปุ่นบุกสหภาพโซเวียต …เพราะนั่นจะทำให้เยอรมัน “เบาแรง” ไป
จากการไม่ต้องต่อสู้กับสหภาพโซเวียต และใช้กำลังทั้งหมดมาทุ่มใส่
เกาะนิ้วก้อย

แนวทางเหมาะที่สุด … คือ ให้ ญี่ปุ่นบุกจีนก่อน หลังจากนั้น
จึงมาบุกแปซิฟิก โดยเฉพาะทางเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
ซึ่งบ้านปากเหม็นจะได้เล่นบท พระเอก ปราบญี่ปุ่นในบริเวณแปซืฟิก …
และยึดครอง เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด
ซึ่งเต็มไปด้วยอาณานิคมของ เกาะนิ้วก้อย รวมทั้งของพันธมิตรอื่น
เช่นของฝรั่งเศสและ เนเธอร์แลนด์ …

เมื่อกองทัพของบ้านปากเหม็น สามารถจัดการกับญี่ปุ่นในบริเวณ
แปซิฟิกได้ … บรรดาเจ้าของอาณานิคม และ พวกอาณานิคมเอง …
ก็เหมือนเป็นหนี้บุญคุณของบ้านปากเหม็น…
และย่อมพร้อมใจ ที่จะให้บ้านปากเหม็นดูแล
แทนที่จะตกไปอยู่ในกำมือญี่ปุ่น

การบุกแปซิฟิกของญี่ปุ่น …จะเป็นตัวจุดชนวน ให้บ้านปากเหม็น
ใช้เป็นโอกาสเข้าสู่สงครามโลก …ในจังหวะเวลาที่เหมาะสม
สอดคล้องกับแผนการอื่น(ของบ้านปากเหม็น)
ที่ (จะ) มีการวางเอาไว้ล่วงหน้า

31 ธันวาคม 2566

Scroll to Top