“มหาอำนาจ”
ตอน 16
อังกฤษนั้น หลังจากเป็นผู้ชนะ ฝรั่งเศส และ สเปน ในสงคราม 7 ปี
อย่างเด็ดขาด… แบบ น๊อค นับ สิบ
ได้อาณานิคม สมบัติ ของฝรั่งเศส และ สเปน …มาจนเพียบ
อังกฤษก็ดูเหมือนจะขึ้นชั้น เป็นมหาอำนาจ หมายเลขหนึ่ง ของ ยุโรป
โดยมีทุนใหญ่ที่สุด …
และ (อ้างว่า ) มีความสามารถ ในการรบทางทะเลมากที่สุด
อังกฤษ นั้น แต่เดิมก็มีทุนมากอยู่แล้ว จากการเป็นพ่อค้าใหญ่
ค้าขายไปทั่ว ทั้งทางบก และ ทางทะเล …
และ เกือบทุกประเทศในยุโรป …ก็ เป็น คู่ค้า หรือ ลูกค้า ของอังกฤษทั้งนั้น
ไม่เว้น แม้กระทั่ง รัสเซีย …ที่อยู่ไกลโพ้นสุดทางของยุโรป
ในขณะ ที่ ด้านหนึ่ง อังกฤษ วางท่า เป็นมหาอำนาจใหญ่
แต่ อังกฤษ ก็ “แสดง” ว่า ระหว่าง อังกฤษ กับ มหาอำนาจอื่น
ดูจากภายนอก เหมือนไม่ค่อยมีปัญหาอะไรมาก
ใครมันจะแสดงออกมา ว่า ไม่กินเส้นกับลูกค้าของตัว
โง่ตายสิ… อู่ข้าว อู่น้ำ นะ นั่น
เส้นทางที่อังกฤษ ใช้ …เพื่อไปค้าขาย กับ รัสเซีย ลูกค้ารายใหญ่
คือแล่นเรือ ลัดเลาะ ไปตามร่องน้ำริมมหาสมุทรแอตแลนติก
อ้อมผ่านช่องแคบยิบบรอลต้า (Gibralta) เพื่อเลี้ยวเข้าไป ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
ตลอดเส้นทางที่ผ่าน… ยังมีประเทศ ที่ เป็นลูกค้าชั้นดี ของอังกฤษ
อยู่กันเต็มไปหมด เช่น …สเปน ปอร์ตุเกส อิตาลี รวมไปถึง กรีซ
หลังจากนั้น ก็ แล่นเรือ ผ่าน อียิปต์ ออตโตมาน ทะลุเข้าทะเลดำ
ไป ถึงรัสเซีย ตลาดใหญ่
และ เส้นทางเดินเรือ ของอังกฤษ ดังกล่าวนั้น …
ก็เป็น “เส้นทางเดียวกัน” กับที่ฝรั่งเศสใช้ ในการค้าขาย
กับ บรรดาประเทศในแถบนั้น เช่นเดียวกัน
ระหว่าง อังกฤษ กับ ฝรั่งเศส ตลอดมาตั้งแต่เก่าก่อน
ค่อนข้างชัด ว่า เป็น “คู่แข่ง” หรือ “ คู่กัด” เจ้าประจำ
สัมพันธ์ระหว่าง อังกฤษ กับ ฝรั่งเศส จึงต่างกับมหาอำนาจ อื่น
เพราะ มัน เหมือน พ่อค้าแย่งตลาด แย่งลูกค้ากัน …
มันก็คงไม่ ราบรื่น ชื่นชมกันเอง เท่าไหร่
อังกฤษ เอง ลึก ๆ ก็ คงคิดมากเหมือนกัน
เหมือนตัวเอง เป็น “คนนอก” ของยุโรป…
ในสมัยนั้น เวลาอังกฤษ จะเข้ามาในแผ่นดินยุโรป ก็ ต้องล่องเรือเข้ามา
ขึ้นท่าแถวฝรั่งเศส กินน้ำได้ศอก ฝรั่งเศส มันตลอด
ถ้า ฝรั่งเศส ใหญ่ขึ้นมามากๆ …อังกฤษ ก็ เหนื่อยมากขึ้นไปด้วย
ไม่มีทางไหน จะดี ไปกว่า ทำให้ฝรั่งเศส
ที่มีบริเวณดินแดนใหญ่กว่าตัว…
อยู่ในฐานะ หรือ สภาพ “ด้อย” กว่า ตัว…
ไม่ว่าทางใดก็ได้ …หลายทางยิ่งดีใหญ่
และ อังกฤษ ก็เลย เข้าไป ยุ แยง เลยไปถึง ยุ่งกับการเมือง
ในแผ่นดินยุโรป …เพื่อปฏิบัติการ ตัดตอน ฝรั่งเศส เป็น ลำดับแรก ก่อน
และ ก็ได้ผล… ฝรั่งเศส จนลง และ จ๋อยลง ไปอย่างเห็นชัด
ถึงขนาดต้องไปจับมือ กับ คู่กัด อย่างออสเตรีย
(สงคราม สองเครือ และ สงคราม 7 ปี …จนต้องมีการสับไพ่
สลับคู่ เปลี่ยน ความสัมพันธ์ ระหว่างมหาอำนาจยุโรปใหม่)
เมื่อ ฝรั่งเศส เล่นรายการปฏิวัติ ตัดหัวเจ้า …
สัมพันธ์ ระหว่าง อังกฤษ กับ ฝรั่งเศส ที่ไม่ค่อยจะราบรื่นกันอยู่แล้ว
ก็ ยิ่ง สดุดหนัก… ผู้คนที่เคยติดต่อ ยังพอพูดจากันได้ …
มันหายหัว หรือ หัวหายไปไหนไม่รู้
อาการ ขมึงตึง ระหว่างกัน …ก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
ยิ่งเมื่อนโปเลียน ได้ดี ราศีจับ …ขึ้นมาเป็นกงสุลใหญ่ของฝรั่งเศส
ตั้งหน้าสร้างคะแนน หรือ มูลค่าเพิ่ม…ให้กับตัวเอง อย่างขะมักเขม้น
การแย่งตลาด กัน ระหว่าง อังกฤษ กับฝรั่งเศส ก็เลยดูจะรุนแรงขึ้น
ถึงขนาดแยกเขี้ยว ขู่ คำรามใส่กัน …รอเวลา ขย้ำคอ กันเท่านั้น
ฝรั่งเศส หรือ นโปเลียน นั้น …ไม่มีวันลืมอย่างแน่นอน …
ว่า ทุนของอังกฤษ ที่บวมหนาขึ้นอย่างมากมาย ที่มาช่วยสร้างเสริม
ให้รัศมี “มหาอำนาจ” ที่ อังกฤษ พยายาม เบ่งแสงออกมา
ให้สว่างกว่า ใครๆ นั้น …มาจากไหน …
นโปเลียน ก็คงอยากคิด “เอาคืน” จากอังกฤษ ใจจะขาด
แต่ สภาพ ของ ฝรั่งเศส ยังไม่ฟื้นดี …
จากการทำสงคราม 7 ปี …ยังมามีเรื่อง ปฏิวัติ ตัดหัวเจ้าอีก
มันต้องคิดแบบใหม่ รบแบบใหม่บ้างแล้ว
รวมทั้ง ต้องมีพวก มีเพื่อน ใหม่ ด้วย
แต่ พวกปฏิวัติฝรั่งเศส …ดันโหดจัด …ตัดหัวพวกเจ้าเขาเป็นว่าเล่น
อย่างนี้ …นโปเลียน จะหาพวกจากไหน
มหาอำนาจ ที่เหลือ … คือ ออสเตรีย ตัวดี …รวมทั้ง ปรัสเซีย ที่ว่าเก่งนัก
มัน ก็อยู่ฝ่ายเดียวกัน กับ อังกฤษ ทั้งนั้น …จะมี ก็ รัสเซีย ที่อยู่ไกลโพ้น
และ ก็ดูเหมือน ยังไม่ออกท่าที อะไร ชัดเจน
ในสถานการณ์อย่างนี้ …เรื่อง หาพวก …ก็คงต้องตัดทิ้งไป (ก่อน)
นโปเลียน ในตอนนั้น ก็คงไม่มีทางเลือกมาก
เขาต้องกลับไปใช้ยุทธศาสตร์ แบบพื้นฐาน อย่างเดิม
คือ ใช้ อำนาจ ของ การรบ …สยบ อำนาจ ของ ทุน ให้ได้
หรือ อย่างน้อย …ต้อง “ทอนกำลัง” อำนาจ ของ ทุน …ให้อ่อนลงไป
และ นโปเลียน เชื่อว่า อำนาจ ของ “การรบ” ทางบก
คือ จุดแข็งที่สุด ของตัวเอง และ แข็งกว่าอังกฤษ แน่นอน
แต่ แข็งกว่า ปรัสเซีย ไหม …
ปรัสเซีย ที่เคย ได้ แชมป์ สมัยสงคราม 7 ปี …
กวาด เอาม้าทองคำ ของอังกฤษ ไปบานเบอะ
จนสร้างบ้านบำรุงเมือง ของตัวเองได้น่ะ
แล้วนโปเลียน ก็ เริ่มรายการ ทดลอง ดู ว่า ปรัสเซีย มันแน่แค่ไหน
(ในรายการ ผนึกกำลัง ครั้งที่ 1)
ปรัสเซีย ก็ แน่ …แค่ รีบ ยกทัพ กลับบ้าน ตั้งแต่ ยกหนึ่ง …
เพราะ แม่ทัพ ฝ่ายปรัสเซีย คือ เฟรเดอริค ที่ 2 เพิ่งขึ้นครองราชย์ไม่นาน
และ ยังไม่เคยนำทัพ ปรัสเซีย ไปรบกับใครเลย
อย่างนี้ นโปเลียน ก็ ชักได้ใจ …
ปรัสเซีย ที่เคยเป็น นักรบตัวแทน ของอังกฤษ …หายไปแล้ว
ตัวใหม่นี่ …ดูเหมือน ไม่ถนัดรบ…ถนัดหลบ มากกว่า
นโปเลียน จึงเริ่มส่งเสียงคำราม ข้ามช่องแคบ ไปถึงอังกฤษ
เล่นตัวหัวหน้ามันเลย …ให้ มัน รู้หมู่ รู้ จ่า ไปเลยดีไหม
“… นึกว่าเก่งมากนักหรือ …เดี๋ยวเราจะถล่มเกาะของเจ้า ให้หายวับไปเลย…”
การแย่งตลาด แย่งลูกค้า เพื่อค้าขาย
เลยเหมือนจะกลายเป็น การรบ เพื่อ เอาชนะ
อังกฤษ กับ ฝรั่งเศส จึง มีเรื่องทะเลาะกัน ทุกเรื่อง
จากเดิม ที่ แย่งตลาด แย่งลูกค้า เพื่อค้าขาย …
เลยกลายเป็น การรบ เพื่อ เอาชนะ เพื่อ กันท่า การค้าขาย
และ เลยไปถึง เพื่อ ครอบครอง “ดินแดน” ของลูกค้าต่างๆ …
เพื่อกันท่าอีกฝ่ายหนึ่ง เป็นการถาวร…
โดยเฉพาะ กรณี สเปน ปอร์ตุเกส และ กรีซ
“…นี่ เมืองขึ้น ของเรา …เจ้าอย่าเสือกเข้ามาเชียว …”
อังกฤษ กับ ฝรั่งเศส …ยังทะเลาะ กันเพิ่ม
เกี่ยวกับ เรื่อง อียิปต์ และ ออตโตมาน อีกด้วย
ซึ่ง ไม่ใช่เรื่องการค้า แต่ เป็นเรื่องของการ “ขัดขากัน” … มากกว่า
นโปเลียน รู้ว่า อังกฤษ นั้น ก็ มีอาณานิคมมากมาย …มากกว่า ฝรั่งเศส อีก
และ อาณานิคมที่อังกฤษ หวง และ ห่วง ที่สุด …คือ อินเดีย
ไม่มีอะไร จะ กระตุกขา ให้อังกฤษ หัวทิ่ม สะใจผู้กระตุกได้
เท่ากับการ ทำให้ อังกฤษ เสียอินเดีย
ไม่ต้อง ถึงกับไปแย่งมาจริงๆ ก็ได้ …แค่ ไปแหย่ …
ก็ ทำให้อังกฤษ วุ่นวายใจ ห่วงหน้าพะวงหลัง จนทำให้เรื่องทางยุโรป
เละ ตุ้ม เป๊ะ ไปก็ได้ นี่ นา
นโปเลียน… ก็เลยแล่นเรือ ไปสำรวจ และ ผูกมิตร กับอียิปต์
ซึ่งตอนนั้น เป็นเมืองบริวาร ของอาณาจักรออตโตมาน …
ทำให้ นโปเลียน รู้ว่า …อังกฤษ ก็ ไปเล็ง ไปผูกมิตรกับ หลายเมือง …
ที่เป็นของอาณาจักรออตโตมาน เหมือนกัน
เลยยิ่งทำให้ นโปเลียน …ตั้งข้อสงสัย…และ ไม่ไว้ใจอังกฤษ มากขึ้นไปอีก
คิดว่า ไอ้การออกท่า ว่า เป็น พ่อค้าใหญ่ ของอังกฤษ
มันอาจจะเป็น “หน้าฉาก” หลอกชาวบ้าน
หลังฉาก อังกฤษ อาจจะ ต้องการมากกว่านั้นก็ได้
เรื่องนี้ ก็ เลยทำให้สัมพันธ์ ระหว่าง 2 ประเทศ
ที่ แย่อยู่แล้ว … เลยทำท่าจะกู่ไม่กลับ
ก็ นับว่า นโปเลียน …ตาคม จมูกไว ไม่น้อยเหมือนกัน
เส้นทางเดินเรือดังกล่าวข้างต้น ต่อมา กลายเป็นเส้นทาง ยุทธศาสตร์ สำคัญ
ในสมัยสงครามโลก ครั้งที่ 1 และ สงครามโลก ครั้งที่ 2
เพราะ เป็นเส้นทาง ที่จะเข้าไปถึง …อาณาจักรออตโตมาน…
เหยื่อรายสำคัญ ที่มีน้ำมันดก… ที่อังกฤษ เล็งไว้จริงๆ และ ก็ล่ามาได้จริง
และ ก็ เป็น เส้น ที่จะเข้าไปถึงรัสเซีย …ที่ไม่ต้องการ ให้ใคร
ผ่านเข้าไปใน ทะเลดำ ได้ ง่ายๆ…
เพราะ นั่นเป็นทางเข้าหลังบ้านของ รัสเซีย …
และ ก็ ตอนหลัง ก็เกิดเรื่องจริง
(ช่วงก่อนเกิด และ ช่วงกำลังโซ้ยกัน สมัย สงครามโลกครั้งที่ 1)
ส่วน สัมพันธ์ ระหว่าง มหาอำนาจ อีก 3 ประเทศ
คือ ออสเตรีย ปรัสเซีย และ รัสเซีย …
ที่นับว่าเป็นเพื่อนบ้านกัน มีเขตแดน ดินต่อกัน …
แถมมี รัฐบริวาร หรือ แคว้นในสังกัด
ที่พวก 3 มหาอำนาจ เขา ก็พลัด กัน แบ่งกัน ครอบครอง
แบบ พร้อมใจกันเอง หรือ ไม่พร้อมใจ กระทบกระแทกกันบ้างนั้น…
หลังจากใช้เวลา ทำสงครามระหว่างกัน 2 รายการ
ทำเอา วุ่นวาย ไป เกือบ 20 ปี …
ดูเหมือน ต่าง ก็ สงบสติอารมณ์ลงไป …
กลับไปซ่อมบ้าน ซ่อมเมือง ซ่อมกระเป๋าที่ฉีกขาด จากรบ
และ ปรับปรุง กองทัพ กันเป็นแถว …
การกระทบกระแทกกัน ก็ เลย น้อยลงไปด้วย
ถึงจะ มีบ้าง แต่ ส่วนใหญ่ (ดูเหมือน) ไม่แสดงออก ว่า เป็นปัญหาใหญ่โต
พวกเขา ผูกพันกัน คบหากัน มานาน หลายรุ่นแล้ว
การไม่ถูกใจกันบ้าง มัน เป็นเรื่องธรรมดา
เป็น ผู้ ปกครองประเทศนะครับ และ เป็นนักรบทั้งนั้น
จะมาหยุมหยิม แบบพ่อค้า หรือ พวกฟลุ๊ค ได้ขึ้นมาเป็นใหญ่
เม้มนิด จิกหน่อย …แบบนั้น ชาวบ้านก็คงไม่นับถือ
และ ส่วนใหญ่ พวกกษัตริย์ ผู้ปกครองประเทศมหาอำนาจเหล่านั้น
ก็มักจะจัดการ ให้ลูกหลาน แต่งงาน ระหว่างกัน
พวกเขาจึงเป็น ญาติกัน ไขว้ไปมาเกือบหมด
แต่ ก็ น่าสังเกต ว่า การ “มีเรื่องไม่ถูกใจกัน” ของสามหน่อนั้น
โดยเฉพาะ ระหว่าง ปรัสเซีย กับ ออสเตรีย นั้น …
มักจะมีสาเหตุ มาจาก อังกฤษ และ ฝรั่งเศส เป็นส่วนใหญ่
ส่วน ปรัสเซีย ดูเหมือนจะเอนไปทางรัสเซีย มากกว่า ออสเตรีย
และ กษัตริย์ เฟรเดอริค ที่ 2 …ที่ปกครอง ปรัสเซีย ในตอนนั้น
ยัง สาบาน เป็น พี่น้อง กับ ซาร์อเล็กซานเดอร์ ที่ 1 ของรัสเซีย อีกด้วย
นอกจากนี้ ความที่ปรัสเซีย ที่แม้เป็นประเทศขนาดเล็ก
แต่มีชื่อเสียงในการเป็นนักรบ และ ใช้งบประมาณประเทศ ไปกับกองทัพ
มากกว่า มหาอำนาจอื่น (เมื่อเทียบขนาดกัน) ปรัสเซีย ก็ เลยถังแตกบ่อย
และ ทหารปรัสเซีย …เลยเป็น “สินค้าออก” รายการสำคัญ
ที่หลายชาติใช้บริการ …และ ตอนหลัง ดูเหมือน ปรัสเซีย จะเอนไป
ทางจับมือ กับรัสเซีย …(มากกว่า อังกฤษ ที่เหมือน ไม่สนิทใจกันนัก)
เพราะ รัสเซียประเทศใหญ่ …ผลิตทหารของตัวเองไม่ค่อยทัน …
เลย ต้องใช้บริการของปรัสเซีย เหมือนกัน
ยังมี เยอรมัน …ที่ตอนนั้น ยังไม่เป็นประเทศ …
เป็นเพียงแคว้นเล็กๆ หลายแคว้น รวมตัวกัน
เพราะ ส่วนใหญ่ พูดภาษาเดียวกัน วัฒนธรรมใกล้เคียงกัน ฯลฯ
และ เยอรมัน ก็ เช่นกัน …สนิทสนมใกล้ชิด กับ ทั้ง รัสเซีย และ ปรัสเซีย
พวกเจ้า ของ ปรัสเซีย และ เยอรมัน จึง มักส่งลูกชาย เข้าไปเป็นทหาร
อยู่ในกองทัพหลวงของรัสเซีย หรือ กองทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์
ขณะเดียวกัน ก็ ส่งลูกสาว ไปเป็น เจ้าสาว ของเจ้านายรัสเซีย
(ย่า และ แม่ ของ ซาร์ อเล็กซานเดอร์ นั้น …เป็นเจ้าหญิง จากเยอรมัน ทั้ง คู่)
ส่วนออสเตรีย นั้น ประเทศไม่เล็กไม่ใหญ่ แต่ ที่ตั้งของประเทศ
ไปมีเขตแดน ติดต่อ กับหลายประเทศ รวมทั้ง รัสเซีย ปรัสเซีย
กลุ่มแคว้นเยอรมัน ฮังการี โปแลนด์ ฯลฯ
และมีเครือใหญ่ จากการ ส่งลูกหลานไปแต่งงาน
กับเกือบทุกราชวงศ์ ในยุโรป
ออสเตรีย จึงเหมือน เป็น ศูนย์กลางจักรวาลยุโรป
คือ มีพวกมาก ญาติแยะ รู้เรื่องเขาไปทั่ว และ ก็ จุ้นไปทั่วเหมือนกัน
งานการข่าว ของออสเตรีย ไม่ว่าเป็นการสร้าง การปล่อย หรือ การโหม
จึงมีประสิทธิภาพ ไปได้ไกล ผ่านเครือข่ายใหญ่ของตัว
เหมือนเป็น เจ้าของ โซเชียลมีเดีย รุ่น โบ ล่ะเนี่ย
รัฐมนตรีการต่างประเทศ ของออสเตรีย ในสมัยนั้น
คือ Prince Klemens von Metternich …
เขา ได้ รับการยกย่อง ว่า เป็น บรมครู …
ทางด้านการทูต การเมืองระหว่างประเทศ ที่สุดยอด
คือ กลมกลิ้ง…แส่นุ่ม อย่างเนียน
ที่มักจะ มีวิธีการ เสือกอย่างเนียน ในเรื่องของประเทศอื่นเสมอ
Metternich เป็นผู้รับบทสำคัญมาก คนหนึ่ง
ใน แผนกำจัดนโปเลียน …
คือ เป็นด่านหน้า ในการประสานงาน อย่างใกล้ชิด
กับ กลมกลิ้ง…ลวงลึก อย่างเนียน…. อีกราย
คือ Viscount Castlereagh ซึ่งเป็น รัฐมนตรีว่าการต่างประเทศ
ของไอ้เกาะนิ้วก้อย
ซึ่ง ตามประวัติศาสตร์ (ที่อังกฤษเขียน)
บอกว่า เขา เป็น สุดยอดหัวแหลม แห่งยุค
(ชมกันเอง อย่างเว่อ ไม่มีการเขินเลย)
และ เป็นตัวจักรกล ตัวสำคัญ ในการวางแผนยุทธศาสตร์
กำจัดนโปเลียน ให้ อังกฤษ และ แผนอื่นๆ …ที่ต่อเนื่องกัน
คงเห็นกันแล้วนะครับ ว่า การสร้างฉากกำจัดนโปเลียน นั้น
ใครร่วมเป็นเจ้าภาพ กับ อังกฤษ …และ ทำงานกันอย่างไร
และ ถ้า เจาะลึก เข้าไปในฉากกำจัดนโปเลียน
ไปถึง ฉากพุ่งหลาวลงดิน ของฝรั่งเศส อย่างละเอียด…
จะเห็นว่า ตัวละคร รวมทั้งหุ่นเชิด …ไม่ว่า ชาติไหน …
จะใช้เส้นทาง… เข้าฉาก ออกฉาก จาก ดินแดนของอังกฤษ หัวโจกใหญ่ …
ที่เป็นทั้ง นายทุน ผู้วางแผน ผู้กำกับใหญ่ …
รวมทั้ง ผู้อนุเคราะห์ สถานที่หลบภัย (ยามวิกฤติ)ด้วยเสมอ
นี่ คือ การต่อสู้ ระหว่าง มหาอำนาจ เจ้าของทุน ใหญ่
กับ มหาอำนาจ ที่มีกองทัพใหญ่
น่าสนใจครับ … ทำให้เรา ได้รู้จัก วิธีการ
และ สันดาน ของ ตัวละคร จากค่ายต่างๆ
ตั้งแต่ หัว(โจก) ไปจนถึง หาง หรือ ปลาซิว ปลาสร้อย ปลายแถว
และ ก็น่าสังเกตว่า …ส่วนใหญ่ “แก่น” หรือ สันดาน แนวคิด วิธีการ
รวมทั้ง ยุทธศาสตร์ ของ หลาย ประเทศ นั้น …
ผ่านมากี่ยุค กี่สมัย กี่สงคราม ก็ มัก ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง
ถนัดอย่างไร …ฉลาด ชั่ว และ แสบลึก อย่างไร …
ปัจจุบัน ก็ ยังเป็นอย่างนั้นอยู่
24 กุมภาพันธ์ 2565