เล่ม 9 ‘ติดกับ’
“I will walk away … น้องจ๋า … พี่ลาก่อน”
ตอน 3
คงจำกันได้ เมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา อเมริกาโดยพณฯใบตองแห้ง จัดใหญ่แถลงการณ์ว่า เราตกลงเลือกกรอบ การเจรจากับอิหร่านเรียบร้อยแล้ว (รายละเอียดในนิทานเรื่อง”ข้อสอบรั่ว”) ตีปี๊บซะตื่นเต้นกันไปหมด
วันเดียวกันนั้น นายริชาร์ด ฮาสส์ (Richard Hass) ผู้อำนวยการใหญ่ของถังขยะความคิด Council on Foreign Relation หรือ CFR ที่เข้าใจว่าใหญ่กว่ารัฐบาลของอเมริกา ท่านดิ๊ก ริชาร์ด (Richard) ก็ออกความ เห็นทันทีไม่รอช้า เขียนเองอีกด้วย ไม่ใช้เด็ก… แปลว่า เรื่องนี้สำคัญ ต้องปั่น หรือ ปั้นกับมือเอง
ท่านดิ๊ก เริ่มต้นได้หยดย้อย ..แบบฝรั่งจ๋า
…There’s many a slip twixt the cup and the lip”
เป็นอะไรที่เหมือนกับว่า ใกล้จะสำเร็จแล้ว..แต่ความจริงยังไม่ใช่…ท่านดิ๊กกว่าอย่างนั้น…พูดแบบฝรั่งจ๋าเลย
แต่ลุงนิทานแปล ให้เข้าใจง่ายขึ้นว่า…
…ปากกำลังจะถึงถ้วยอยู่รอมร่อ แต่ดันหกเสียก่อน …
แต่ถ้าจะว่าแบบเราๆ ง่ายๆ สั้นๆ หมายถึง… อดแดก น่ะครับ
ท่านดิ๊กบอกว่า ข้อตกลงเกี่ยวกับกรอบการเจรจาเรื่องอิหร่านนิวเคลียร์โปรแกรม จะเป็นการสร้างเหตุ การณ์สำคัญทางด้านการเมืองและการทูต ที่มีรายละเอียดมากมาย กว้างขวางในบริบทต่างๆ เกินกว่าที่คาดกัน… เริ่มแบบนี้แปลว่า คงมีใครเหยียบเปลือกกล้วย หงายท้องไปแล้ว… แต่จะถึงขนาดทำปืนลั่นใส่หัวแม่ตีนตัวเองหรือเปล่า ต้องตามอ่านบทความของท่านดิ๊กต่อไป
…กรอบที่ตกลงกัน สร้างคำถามคาใจไม่น้อยกว่าคำตอบที่ได้มา และยังมีเรื่องค้างที่ยังต้องทำอยู่อีกมาก มายจริงๆ แล้ว ข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน มันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นเอง…
…ไม่รู้ว่าท่านดิ๊กเหน็บใคร ดันจัดงานแถลงซะใหญ่โตเหมือนกับเจรจาสำเร็จแล้วยังงั้นแหล่ะ …เป็นครั้งแรก ที่ผมเห็นด้วยกับไอ้ถังขยะความคิด ช่วยกลับไปอ่านนิทานเรื่อง “ข้อสอบรั่ว” หน่อยนะครับ
…กรอบที่ตกลง มีข้อกำหนดห้ามอิหร่านมากมายเกี่ยวกับ โครงการนิวเคลียร์ มีข้อกำหนดมาตรฐานการตรวจสอบว่า อิหร่านทำตามที่ตกลงกันหรือไม่ และมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการ “ผ่อนคลาย” เรื่องการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ เมื่อตรวจสอบและพิสูจน์ได้แล้วว่า อิหร่านทำตามข้อตกลง
…ในการเจรจา ได้มีประเมินกันว่า เราจะมีระยะเวลาในการเตือน 1 ปี นับแต่วันที่อิหร่านตัดสินใจ ที่จะสร้างอาวุธนิวเคลียร์สักลูก จนถึงสร้างสำเร็จ… ระยะเวลาดังกล่าว… เป็นไปตามข้อสันนิษฐานว่า จากการเฝ้าติดตามอิหร่านอย่างใกล้ชิด เราจะพบการไม่ปฏิบัติตามข้อสัญญา… ได้เร็วพอ… ที่จะระงับการดำเนินการของอิหร่าน และโดยเฉพาะจะทำให้เรากลับไปใช้การคว่ำบาตรอิหร่านได้ใหม่ “ก่อน” ที่อิหร่านจะสร้างนิวเคลียร์ ตามข้อสมมุติฐานนี้สำเร็จ… ข้อนี้ ท่านดิ๊ก เขียนได้เยี่ยมครับ… ให้เห็นความโง่ของผู้เจรจา และผู้ตกลง ฝ่ายที่ไม่ใช่อิหร่าน ชัดเจนว่า… ด่ากันเอง… มันดี
… ท่านดิ๊กบอกว่า มีไม่น้อยกว่า 5 เหตุผล ที่การตกลงกับอิหร่าน ท้ายที่สุด จะไม่เกิดขึ้น หรือเกิดขึ้น แต่ไม่ได้ผลตามที่ต้องการ …นี่ใบ้หวยหรือไง
ข้อแรก ระหว่างเวลา 90 วัน นับแต่เดือนเมษายนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน อะไรก็เกิดขึ้นได้ การเปลี่ยนใจ เปลี่ยนความคิด เปลี่ยนตัวผู้เจรจา การถูกกดดันจากรัฐบาลของตน แค่ตอนนี้ ความไม่เห็นพ้องกัน ระหว่างอเมริกากับอิหร่าน ก็มากมายกองสูงท่วมหัวแล้ว
ข้อสอง เรื่องค้างที่สำคัญคือ เรื่องกำหนดเวลายกเลิกการคว่ำบาตร เรื่องนี้สำคัญมากสำหรับฝ่ายอิหร่าน ขณะเดียวกันเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญ ที่ใช้ในการเจรจาต่อรองกับอิหร่าน พูดชัดๆ ว่าฝ่ายอเมริกาและยุโรป ยังไม่อยากยกเลิกการคว่ำบาตรให้อิหร่าน จนกว่าจะ”แน่ใจ”ว่า อิหร่านปฏิบัติตามเงื่อนไขครบถ้วน
อืม ….อิหร่านคงเข้าใจความนัยนี้แล้ว
ข้อสาม เรื่องที่ห่วงกันคือ พวกยึดแน่นกับหลักการหรือพวกเข้มข้นของทั้ง 2 ฝ่ายเช่น ทางอิหร่านคงไม่อยากให้อิหร่านเจรจากับ “ซาตานอเมริกา” ส่วนทางอเมริกาก็ใช่ว่า สภาสูงจะเอาด้วย ตอนนี้ก็พูดกันไปทั่วแล้วว่า เหมือนปล่อยเสือเข้าป่า ปล่อยอิหร่านไว้กับนิวเคลียร์ที่ความสามารถในการติดตาม การตรวจสอบ …ยังไม่เป็นที่แน่ใจปล่อยไปเรื่อยๆ อีก 15, 20 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เป็นเรื่องใครก็ให้ความมั่นใจไม่ได้… ฯพณฯ ใบตองแห้ง ได้ยินนะครับ ถูกลูกน้อง จริงๆ ก็คือ ลูกพี่สั่งสอนให้แล้ว
ข้อสี่ อิหร่านจะปฏิบัติกับข้อตกลงนี้อย่างไร ที่ผ่านมา อิหร่านมีประวัติเสีย ในการไม่ให้ข้อมูลสำคัญ หรือที่เกี่ยวข้อง ขนาดผู้ตรวจสอบของสหประชาชาติลงบันทึกไว้ในสมุดความประพฤติของอิหร่านแล้ว …นี่มันดูถูกซ้ำซาก อิหร่านรับได้หรือครับ ขอเสี้ยมหน่อย
ข้อที่ห้า มาจากนโยบายด้านการต่างประเทศ และความมั่นคงของอิหร่านเอง ที่ทางอเมริกาไม่เห็นด้วย
และเพื่อนฝูงในตะวันออกกลางก็แสยงกับการกระทำของอิหร่าน…ที่สนับสนุน ซีเรีย อิรัก เยเมนรวมทั้ง ที่อื่นๆ ในตะวันออกกลาง
…ท่านดิ๊กบอกว่า อิหร่านมีอนาคตที่จะไปได้ไกลถึงเป็นจักรวรรดิ ที่หวังจะเป็นประเทศมหาอำนาจ ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคของตัว แม้ข้อตกลงนิวเคลียร์นี้ จะเกิดขึ้นหรือไม่ ก็ไม่ทำให้ความเป็นไปได้ดังกล่าวเปลี่ยนแปลง อาจจะเลวร้ายลงไปด้วยซ้ำ…เพราะอิหร่านอาจเลือกกลับมาสร้างอาวุธนิวเคลียร์ต่อได้ อย่างไม่ยากเย็นอะไร…โดยเราไม่รู้ตัว
…โอบามาทำถูกแล้ว ที่เจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ ตามแนวที่กำลังคุยกัน ยังดีกว่าให้อิหร่านมีนิวเคลียร์ หรือทำสงคราม เพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านสร้างนิวเคลียร์ แต่ข้อตกลงดังกล่าว ต้องสร้างความเชื่อมั่น ให้อเมริกาและตะวันออกกลาง ให้ได้ว่า ได้มีการป้องกันอย่างรอบคอบแล้ว และถ้ามีการเบี้ยว หรือขี้โกง สิ่งเหล่านี้จะถูกจับได้ และจัดการได้อย่างเด็ดขาด
…นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายและจริงๆ แล้ว มันไม่เกินไปหรอก ถ้าจะบอกว่า การสร้างความมั่นใจดังว่านั้น ต้องใช้ความพยายามไม่น้อยกว่า การเจรจาให้อิหร่านตกลงด้วยซ้ำ…
คุณดิ๊กนี่ไม่เบาเลย ตกลงนี่ กำลังหลอกด่า ประธานาธิบดีตัวเองหรือไงว่า ไปโง่ให้เหนื่อยทำไม ผลสุด ท้าย เจรจากับอิหร่านสำเร็จหรือไม่ ปลายทางก็คงไม่ต่างกัน… หรือว่า ฯพณฯ ใบตองแห้ง ก็รู้ดีอยู่แก่ใจ ว่า มันต้องเป็นอย่างนี้ไปก่อน เพราะทางออกอื่นยังสร้างไม่เสร็จ ก็ต้องเล่นบทตีหน้าซื่อ หรือเซ่อ … หลอกอิหร่าน หลอกโลกไปก่อน